คลังความรู้

GOFX > คลังความรู้

วิกฤติ COVID-19 ของไทย จะทำอย่างไรกันดี ?

ปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ Delta ในไทยในขณะนี้ มีผลให้ระบบสาธารณสุขในประเทศไทยอยู่ในสภาวะวิกฤติ ซึ่งจะยังส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจในประเทศไปอีก 9 เดือน – 1 ปี ต่อจากนี้ สภาวะเศรษฐกิจของไทยหยุดชะงักในหลายๆอุตสาหกรรม และยังมีบางอุตสาหกรรมสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศ


แต่ปัญหาคือ อัตราการติดเชื้อนั้นเกิดขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม และในไลน์ขนส่งจำนวนมาก รวมถึงตลาดค้าปลีก ค้าส่ง เนื่องจากบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้หยุดสายการผลิต ไม่ได้หยุดการขนส่ง แม่ค้าไม่สามารถหยุดค้าขายได้ จึงทำให้การติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นทุกวัน จนโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นเต็มไปด้วยผู้ป่วย COVID – 19

ซึ่งต้นตอของปัญหาจริงๆในขณะนี้ คือ “เงิน” ไม่ใช่แค่วัคซีนไร้ประสิทธิภาพ


เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนแรงงาน เพื่อแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินตรา หากหยุดแรงงาน ระบบเงินที่หมุนเวียนก็จะหยุดลง ปัญหานี้ส่วนตัวผมคิดรัฐบาลรู้ดีและคงชั่งใจอยู่ว่า จะเลือกความตายทางเศรษฐกิจหรือจะเลือกให้ประชาชนตายต่อไป

การแก้ปัญหาเรื่องนี้เท่าที่คุยกับนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันแล้วว่า “รัฐบาลต้องแจกเงิน เพื่อให้คนหยุดทำงาน และหยุดภาระหนี้เอาไว้ชั่วคราวก่อน” ก่อนที่การระบาดของโรคจะควบคุมไม่ได้และความตายจะหยุดทุกสิ่งแทน


สิ่งที่รัฐบาลจะสามารถทำได้ในขณะนี้คือ กู้เงินก้อนใหม่ เพื่อนำมาแจกจ่าย หรืออุดหนุนกิจการ ห้างร้าน บริษัทต่างๆ เพื่อให้พนักงานหยุดรวมกลุ่มกัน น่าจะเป็นทางออกของปัญหาทั้งหมดในขณะที่ประเทศยังไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพพอจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และก่อนที่ระบบสาธารณะสุขทั้งประเทศจะพังจนไม่สามารถรักษาผู้ป่วยได้อีกต่อไป


ในขณะนี้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะเพียงแค่ 55.42% ของ GDP

www.pdmo.go.th

อัตราหนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบัน ยังมีพื้นที่เหลือมากพอให้ก่อหนี้เพื่อชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโคโรน่าไวรัสอยู่มาก หากรัฐบาลจะกู้เงินเพื่อนำมาแจกจ่ายหรืออุดหนุนกิจการและซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรักษาประชาชนก็น่าจะสามารถทำได้


หากรัฐบาลจะชดเชยเงินกู้สามารถแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อชดเชยหนี้ได้ 3.28% และขึ้นอัตราภาษีจาก Corporate Tax จาก 20% เป็น 25% และขึ้นภาษีจากส่วนอื่นเช่น ภาษีส่วนบุคคลสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูง เป็นต้น หรือยกเลิก/เพิ่มอัตราภาษีจากมาตรการส่งเสริมการลงทุน BOI ที่กิจการต่างๆได้รับการยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคล เพื่อชดเชยเงินกู้ที่จะนำมาช่วยเหลือแรงงานในปัจจุบันให้หยุดงาน ระงับการระบาดเสียก่อน


เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้เพิ่มลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ทั้งหมด ถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ระยะเวลา 6 เดือนที่เหลือในปีนี้ อาจจะมีผู้ป่วยตายคาบ้าน ผู้ป่วยตายกลางถนน เพิ่มขึ้นอีก


หากรัฐบาลยังคงใช้มาตรการกึ่ง Lockdown ต่อไป Fund Flow ก็ยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นต่อไป ซึ่งในปีนี้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไปแล้ว 86,950 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนจาก 30 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 32.83 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจะกู้เงินมาเพื่อแจกและจัดการปัญหาสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว รัฐบาลจะต้องนำเงินที่กู้ไปลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ด้วย ไม่อย่างนั้นแล้ว หลังจากจัดการปัญหา COVID – 19 ได้แล้วจะมีปัญหาการสร้างงานตามมาอีก ซึ่งทฤษฎี Modern Monetary Theory จะไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ใช่แค่นำเงินที่กู้มาไปซ่อมแซมถนน แต่ต้องนำไปสร้างอุตสาหกรรมใหม่อย่างแท้จริง เช่น อุตสาหกรรมที่เป็น Pain Point ของประเทศไทย อย่าง อุตสหกรรมการแพทย์และอุตสาหกรรมดิจิทัล หรือแม้กระทั่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆมากขึ้น

www.marketplace.org

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม​

GDP นิวซีแลนด์โตกว่าคาดการณ์ 2.8% ทำให้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาตินิวซีแลนด์เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2564 ขยายตัว 2.8% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 1.3% และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของธนาคารกลางของนิวซีแลนด์ที่ระดับ 0.7%

อ่านเพิ่มเติม