คลังความรู้

GOFX > คลังความรู้

ทำอย่างไรให้เป็น เทรดเดอร์ ที่ทำกำไรได้?


เกริ่นนำ

ผลิตภัณฑ์ในตลาดการเงิน (Finiancial Products) หรือ สินค้าในตลาดการเงิน (Financial Market) ประกอบไปด้วย ตราสารทางการเงิน 3 ชนิด ได้แก่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน และตราสารอนุพันธ์ ตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ตลาดฟอเร็กซ์ ตลาดอนุพันธ์ และตลาดคริปโทเคอเรนซี่ เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถสะสมความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพียงทำการเทรดหรือทำการลงทุนถูกจังหวะก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้

เพื่อให้มองเห็นแนวทางว่าเทรดเดอร์ (Trader) ที่ทำกำไรได้ว่า เขามีแนวทางอย่างไรบ้าง? ผมจึงเขียนบทความมายกตัวอย่างเพื่อให้มือใหม่หรือผู้ที่สนใจเป็นเทรดเดอร์ได้นำมาศึกษาไว้เป็นแนวทาง สรุปได้ดังนี้


5 ข้อผิดพลาด ที่ทำให้คุณเทรด แล้วยังไม่ได้กำไร

หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด #1

ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์มือใหม่หรือเทรดมานานแล้ว แต่คุณยังไม่สามารถทำกำไรจากตลาดได้ แสดงว่าคุณต้องทำอะไรผิดพลาดสักอย่างแล้ว และนี่ก็เป็น 5 ข้อผิดพลาดที่เป็นสาเหตุหลักที่คุณยังไม่สามารถทำกำไรได้

ความรู้ไม่เพียงพอ

ผมมองการเทรดว่าเป็นเกมส์ชนิดหนึ่ง ผู้ที่เล่นเกมส์การเงินได้ดีนั้นจะต้องมีความรู้พื้นฐานที่ดีเกี่ยวกับตัวเกมส์เสียก่อน ไม่ใช่ว่าจับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนแล้ว เข้าแข่งกับมืออาชีพแล้วจะชนะได้

เกมส์การเงินนั้นมีความโหดร้ายกว่าเกมส์ที่เราเล่นทั่วไป เพราะไม่มีแบ่งสนามการแข่งของผู้เล่นตามระดับหรือความสามารถ ผู้เล่นทุกคนจะเล่นในสนามเดียวกันหมด ดังนั้นการที่คุณยังขาดความรู้ขั้นพื้นฐานในการเทรด จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะสร้างผลตอบแทนในตลาดที่โหดร้ายเหล่านี้ได้

แต่ในการทำเงินได้นั้นเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่เราต้องรู้ให้จริงในแนวทางที่ตัวเองเลือก สิ่งนี้จะสร้างความได้เปรียบในการเทรดของคุณให้มากขึ้น ถ้าคุณยังไม่มีความรู้คุณยังไม่ควรเริ่มต้นเทรดเป็นอันขาด เพราะแทบจะมีโอกาสเป็น 0% ที่คุณได้เงิน แล้วต่อให้คุณโชคดี เงินที่คุณได้ก็จะหมดไปอย่างไม่ช้า

ไม่สามารถจัดการความโลภและความกลัวของตัวเองได้

ความโลภและความกลัวเป็นสัญชาตญาณทีติดตัวมนุษย์ของเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถทำตามแผนการเทรดที่เราวางมาเป็นอย่างดีได้ และไม่มีทางที่เราจะกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกจากตัวเราได้ แต่เราสามารถทำความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้และหาแนวทางในการจัดการมันได้
การทำการจดบันทึกการเทรด หรือ trading journal จะช่วยเข้าใจตัวเองในจุดนี้ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้เราจะรู้ว่าจุดโลภและจุดกลัวของตัวเราอยู่ตรงไหน เราก็จะยังไม่สามารถจัดการไม่ได้อยู่ดี เพราะอะไรก็ตามที่เป็นนิสัยติดตัวเราจนกลายเป็น “สันดาน” การที่จะปรับแก้มันได้เราจะต้องยอมรับมันทั้งกายและใจ
การปรับแก้ต้องเป็นไปแบบเป็นขั้นตอน แต่ละคนจะมีลำดับขั้นตอนการจัดการไม่เหมือนกัน มันจะคล้าย ๆ กับว่าเรารู้ว่าตัวเองน้ำหนักเกินแต่มันไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เราจะทำอย่างไรล่ะให้เรามีน้ำหนักลดลง เพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดี
หากเราไม่สามารถจัดการความโลภและความกลัวของเราได้อยู่หมัด การใช้โรบอทเพื่อช่วยในการเทรดก็จะช่วยแก้ไขในจุดนี้ได้ แต่จงจำเอาไว้ว่าการเทรดแบบนี้จะมีความยืดหยุ่นน้อย และทำให้เราขาดประสบการณ์ในตลาด จนทำให้เราไม่ได้พัฒนาตนเอง

ไม่มีแนวทางที่ตัวเองถนัด

หลายคนลงเรียนแนวทางการเทรดเยอะมาก แต่ยังไม่พบว่าแนวทางที่ตนเองถนัด หรือสร้างความได้เปรียบในการเทรดของตนเองคืออะไร เมื่อเจอแนวทางใหม่ ๆ หรือมีคนอวดกำไรจำนวนมาก ก็จะไขว้เขวจากแนวทางของตนเองได้ง่าย

ถ้าคุณเป็นสายกราฟเทคนิค คุณควรมีอินดิเคเตอร์ ที่ตนเองถนัดเพียง 2-3 ตัวเท่านั้น การใช้อินเคอร์เกินกว่านี้แทบเป็นไมได้เลยที่คุณจะเชี่ยวชาญวิธีการเทรดของคุณ ในตอนเริ่มต้นผมแนะนำให้เริ่มต้นเพียงตัวเดียวเท่านั้น พอคุณเชี่ยวชาญแล้วจึงใช้ประกอบกับอินดิเคตอร์ตัวที่ 2 และตัวที่ 3

ถ้าคุณเป็นสายปัจจัยพื้นฐาน คุณจะต้องตัวเลขหรือปัจจัยที่กระทบปัจจัยมหภาคที่คุณเชี่ยวชาญ เช่น money supply, cost of living, inflation, นโยบายการเมือง เป็นต้น

ถ้าคุณเป็นสาย Quant คุณควรจะเริ่มต้นจากคณิตศาสตร์หรือเทคนิคการวิเคราะห์เชิงปริมาณที่คุณถนัด เช่น สถิติ, quantum, mechanics, wave, คณิตศาสตร์ถอดรหัส, machine learning เป็นต้น

ไม่ทดสอบกลยุทธ์ให้ดีก่อนนำไปใช้งาน

หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด #2

พอคุณเจอกับกลยุทธ์ที่คิดว่าใช้ได้ คุณจะนำกลยุทธ์นั้นไปใช้เทรดทันที ไม่ได้ทำการทำทดสอบที่เพียงพอ เช่น back test, forward test, demo account เป็นต้น และไม่ได้ทดสอบในสภาวะตลาดที่ครอบคลุม จึงเกิดการ overfiting ของโมเดลเทรด เช่น พัฒนาโมเดลสำหรับตลาดไม่มีแนวโน้มพอเจอตลาดที่มีแนวโน้มก็ขาดทุนหนัก หรือ พัฒนาโมเดลสำหรับตลาดมีแนวโน้มพอเจอตลาดที่เคลื่อนที่อยู่ในกรอบก็ตัดขาดทุนจนทุนหมด เป็นต้น

ชอบเทรดสวนแนวโน้ม

เรามักจะได้รับคำแนะนำจากเทรดเดอร์มืออาชีพอยู่เสมอว่าอย่าสวนเทรน(ถ้าคิดจะสวนจะต้องมีหลักการส่วนเช่นใช้ option ในการสวน) โดยจิตวิทยามนุษย์ของเรา เราจะชอบเทรดในทิศทางสวนแนวโน้ม สุดท้ายตลาดก็จะลากไปจนเราหมดตัวก่อนที่ทิศทางของแนวโน้มจะเปลี่ยนจงจำไว้ว่า “Trend is your friend”

หลักการนี้ใช้ได้เสมอ แม้กระทั่งในชีวิตประจำวัน เมื่อเราทำอยู่ในอุตสาหกรรมที่อยู่ในแนวโน้มที่ดี ก็มีโอกาสสูงที่เราจะทำกำไรได้
ถ้าคุณอยากเป็นเทรดเดอร์ที่เปลี่ยนจากการขาดทุนและกลับมามีกำไร จงแก้ไข 5 สิ่งที่ผมกล่าวมาดังต่อไปนี้
1) ไม่หาความรู้
2) ไม่สามารถจัดการความโลภและความกลัว
3) ไม่มีแนวทางที่ตัวเองถนัด
4) ไม่ยอมทดสอบกลยุทธ์ให้ดีก่อนเทรด
5) ชอบเทรดสวนแนวโน้ม


อยากเทรดให้ได้ต้องรู้จักใจตัวเอง

รู้ใจตัวเอง #1

คุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า พฤติกรรมการเทรดทั้งหมดของคุณจะได้รับผลมาอย่างมหาศาลจากลักษณะนิสัยของคุณ ตั้งแต่การเลือกสินค้าที่ทำการเทรด การออกแบบระบบเทรด ไปจนถึงลักษณะการทำทำไร ถึงมีคำกล่าวที่ว่า “ยิ่งรู้จักตัวเองยิ่งมาก ยิ่งเทรดได้ดี”
การวิเคราะห์ลักษณะนิสัยของตัวเอง ทำให้เรารู้จักข้อดี-ข้อเสีย ของสไตล์การเทรดของตัวเอง เพื่อเป็นการเพิ่มจุดแข็ง และพยายามแก้ไขจุดอ่อนที่มี
การค้นหาตัวตนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องที่น่าแปลกแต่จริง ตัวของเราเองแท้ ๆ แต่กลับหามันไม่ค่อยจะเจอ ซึ่งที่จริงก็มีตัวช่วยอยู่ไม่น้อยที่สามารถช่วยบ่งบอกตัวตนของเราได้ ตั้งแต่การทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ แต่วิธีนี้ก็บอกตัวตนของเราได้เพียงคร่าว ๆ เท่านั้น
วิธีที่แนะนำคือควรเริ่มทำการเขียนตัวเองออกมา เราเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และที่สำคัญควรจดอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ยิ่งจดไว้ละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดี และแน่นอนว่าวิธีนี้คือการทำ “Trading Journal” ของเราเอง
การทำ Trading Journal จะช่วยให้เราสามารถสังเกตตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ลองจดบันทึกข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเทรดดู และเขียนแผนเพื่อที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ตรงไปมาก ๆ และทำได้ไม่ยาก แต่ติดที่เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำกัน
ถ้าคุณเริ่มทำ Trading Journal แล้วคุณจะพบว่า ข้อผิดพลาดที่เกิดจากพฤติกรรมการเทรดคืออะไร แต่ส่วนนี้ก็ยังไม่ใช่ส่วนที่ยากที่สุด ส่วนที่ยากที่สุดก็คือการแก้นิสัย หรือพฤติกรรมการเทรดของตัวเองนั่นเอง นิสัยบางอย่างผูกติดกับตัวเราจนกลายเป็น “สันดาน” เราจะสามารถปรับปรุงพฤติกรรมนั้นได้ก็ต่อเมื่อเราต้องยอมรับมันทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร
Ego หรือ ความยึดมั่นของตัวเอง ทำให้เราแก้ไขจุดอ่อนของเราได้ยาก ยิ่งเรามีประสบการณ์ที่มากขึ้น การที่จะไปแก้จุดอ่อนของตัวเองยิ่งทำได้ยาก ดังนั้นถ้าเทรดเดอร์ต้องการจะเทรดให้ได้ต้องรู้จักพัฒนาตัวเองให้มีแนวคิดเป็นแบบ Growth Mindset สิ่งนี้แหละที่ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตเขามีกัน
พฤติกรรมการเทรดที่แย่ของเทรดเดอร์สามารถสรุปได้คร่าว ๆ เป็น 2 กลุ่ม คือ ความโลภ และความกลัว ซึ่งแต่ละคนจะมีจุดที่กลัวมาก กับจุดที่โลภมากแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะพฤติกรรมของคนนั้น ๆ เมื่อเราเจอจุดเหล่านี้ในการจดบันทึกการเทรด ก็จะช่วยให้เรามีผลการเทรดที่ดีขึ้น จนก้าวไปสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

รู้ใจตัวเอง #2


หากท่านอยากจะเข้ามาพูดคุยกับเทรดเดอร์มืออาชีพสามารถเข้ามาได้ที่ Habitrade club by GOTA การที่มีคนที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะพฤติกรรมการเทรดที่ไม่เหมาะสมให้ท่าน จะสามารถช่วยให้สามารถพัฒนาการเทรดได้ดีขึ้น


5 Step ที่ต้องรู้ก่อนจะเป็น Pro Trader

Pro trader #1

การที่จะเข้ามาเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้ทุกคนล้วนจะต้องผ่านขั้นตอน 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

เปิดบัญชีเทรด

เลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อที่จะเปิดบัญชีสำหรับเทรด อย่าลืมว่าเรากำลังเอาเงินของเราเข้าไปเทรดลองนึกภาพตามว่าโบรคที่มีตัวตน ติดต่อได้ง่ายๆ ก็คล้ายกับเราเอาเงินไปฝากธนาคารเทียบกับโบรคที่ไม่มีตัวตน ติดต่อได้ยาก ก็คล้ายกับเราเอาเงินไปฝากคนไม่รู้จัก

เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์

ตอนนี้มีคลาสเยอะมากๆ ทั้ง Online และ Offline แต่เนื่องจากคลาสเรียนมีเยอะมากๆก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะตอนเริ่มต้นเราจะไม่รู้ว่าควรเลือกเรียนอะไรก่อน อะไรหลัง ถ้าเลือกเรียนทุกอย่างเลยก็จะทำให้กินเวลาไปเยอะมากๆ ท่านสามารถเรียนรู้ได้จาก 3 สุดยอดเทรดเดอร์และนักลงทุนระดับตำนาน ตอนที่ 1 และ 3 สุดยอดเทรดเดอร์และนักลงทุนระดับตำนาน ตอนที่ 2

หากยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นยังไง ลองหาผู้รู้สักคนนึงแล้วขอคำแนะนำ

วิเคราะห์

หลักๆก็จะมี 2 แบบที่เราต้องเรียนรู้

1.technical analysis ก็คือการดูชาร์ตเพื่อเอามาวิเคราะห์ประมวลผล

2.fundamental analysis ก็คือการนำข้อมูลพื้นฐานมาวิเคราะห์

และใน 2 หัวข้อนี้ก็จะแตกย่อยออกไปอีกหลากหลายมากๆ ยกตัวอย่าง technical analysis ก็จะมีหลากหลายกลยุทธ์ Trend Follow , Mean Reverse ,Buy on dip ,Scalping และอื่นๆอีกหลากหลายแขนง

ฝึกฝนการเทรด

หลังจากที่เราเรียนรู้ 3 หัวข้อด้านบนนั้นมาพอสมควรแล้ว เราจะเริ่มจากทดลองฝึกสิ่งที่เราเรียนรู้ที่ผ่านๆมาด้วยบัญชีทดลอง (Demo)

บัญชี Demo ก็เหมือนกับบัญชีจริง ต่างกันก็แค่เงินในนั้นไม่ใช่เงินจริงๆของเรา ทำให้หลายๆคนเทรดในบัญชี Demo อาจจะได้กำไรเยอะมากๆ แต่พอมาเทรดเงินจริงๆของเรากลับขาดทุน ในส่วนนี้มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง

เช่น

• พอเป็นเงินจริง เราจะมีอารมณ์ มีความรู้สึกร่วมไปเยอะกว่า

• เราไม่ได้ใส่ใจระบบที่เราฝึกใน Demo (เพราะเรารู้สึกว่าไม่ใช่เงินเรา) เราเลยละเลยที่จะหาข้อดี ข้อเสียของระบบ

เรียนรู้วิธีอื่นๆ

Protrader #2

อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ เพราะตลาดไม่เคยหยุด

การเป็น protrader นั้นทำได้ไม่ยากแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ไม่สามารถเป็นกันได้ทันที โดยสามารถทำได้โดยผ่าน 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ เปิดบัญชีเทรด เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ฝึกวิเคราะห์ ฝึกฝนการเทรด และเรียนรู้วิธีอื่น ๆ อย่าลืมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะถ้าเราอยู่กับที่แต่คนอื่นกำลังก้าวไปข้างหน้า นั่นหมายความว่าเรากำลังถอยหลังอยู่

บทสรุป

การเทรดให้สามารถทำกำไรได้นั้นมีความเป็นไปได้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายนัก เพราะต้องผ่านการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในวิธีการเทรดที่ตนเองใช้ หลีกเลี่ยงการทำพฤติกรรมบางอย่างที่มือสมัครเล่นเขาทำกัน และที่สำคัญคือต้องฝึกพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

จงหาแนวทางที่ถนัดให้เจอ แต่ถ้าหากพบว่ายังขาดอะไรก็สามารถทำการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ได้ และจงจำเอาไว้การเทรดเป็นเกมส์ที่เล่นเป็นทีมได้ ไม่ได้ผิดกติกาแต่อย่างใด


แหล่งข้อมูลสำหรับอ่านเพิ่มเติม

  1. ตลาดการเงิน
  2. ข้อผิดพลาดในการเทรด
  3. อยากเทรดได้ต้องรู้ใจตัวเอง
  4. 5 step pro trader

น้ำมัน บทความยอดนิยม ประวัติเทรดเดอร์ พื้นฐาน technical analysis เทรดเดอร์มือใหม่ ์Indicator

*บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่างๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม​

ดอลลาร์แข็งค่ามากขึ้น หนุนกระแส Tapering QE ของ FED กดดันให้ทองคำปรับตัวได้เพียงเล็กน้อย

จากความกังวลเรื่องไวรัส ส่งผลให้เช้าวันนี้ ทองมีการขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเพียง 0.1% ที่ระดับ 1,782.45 เหรียญ ขณะที่สัญญาทองคำส่งมอบเดือนธ.ค. ปิด +0.1% ที่ระดับ 1,784 เหรียญ

อ่านเพิ่มเติม

ทำความรู้จักกับดัชนี Dow Jones ง่ายๆ ในโพสเดียว

มาทำความรู้จักกับดัชนี Dow Jones ให้มากขึ้น ดัชนีนี้มักจะถูกรายงานเพื่อบอกถึงความเคลื่อนไหว 📈และทิศทาง📉ของตลาดหุ้นในประเทศ มาอย่างยาวนาน

อ่านเพิ่มเติม

สรุปทิศทางตลาดโภคภัณฑ์ ในครึ่งแรกของปี 2021

ในช่วงครึ่งปีแรก ตลาดโภคภัณฑ์ไต่ระดับขึ้น 21% โดยกลุ่มพลังงานมีการทำราคาสูงสุด ตามมาด้วย เกษตรกรรม โลหะอุตสาหกรรม และโลหะมีค่า

อ่านเพิ่มเติม