จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงิน

• จอร์จ โซรอส (เกิด 12 สิงหาคม ค.ศ. 1930) เดิมชื่อ จอร์จี ชวาร์ตซ์ (ฮังการี: György Schwartz) นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี เป็นนักวิเคราะห์ค่าเงิน นักลงทุนหุ้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Soros Fund Management และสถาบัน Open Society Institute
• จอร์จ โซรอส เกิดในบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี พ่อแม่เป็นชาวยิวฐานะดี นำพาครอบครัวรอดพ้นจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวมาได้ด้วยเอกสารปลอมและการหลบซ่อนตัว
• เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงและเป็นจุดเริ่มต้นของเผด็จการคอมมิวนิสต์ ปี 1947 เขาออกจากฮังการีไปสหราชอาณาจักร ก่อนอพยพไปสหรัฐอเมริกาในปี 1956 เขาใฝ่ฝันอยากเป็นนักปรัชญา แต่พ่อของเขากดดันให้ต้องเรียนภาคการเงินอุตสาหกรรม
• ปี 1992 ว่ากันว่าเขามีรายได้จากการโจมตีค่าเงินปอนด์ของอังกฤษกว่าพันล้านดอลลาร์ และจัดสรรผลกำไรส่วนหนึ่งเข้าบัญชีมูลนิธิตั้งแต่ปี 1979 ภายใต้ชื่อ Open Society Foundations (OSF) เขากระจายเงินทุนสนับสนุนให้กับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสังคม ในรูปแบบของเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษา ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980s เป็นต้นมา โซรอสบริจาคเงินไปทั่วโลกแล้วถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์
แนวความคิดหลักการของจอร์จ โซรอส มีกี่อย่างอะไรบ้าง
แนวความคิดหลักการของโซรอสมีอยู่ 2 อย่าง ที่เป็น two-way interaction คือ

  1. Cognitive คือ การที่เรา” เข้าใจ” สภาพแวดล้อมที่เรากำลังเผชิญอยู่
  2. Manipulative คือ วิธีการรับมือเพื่อ” เปลี่ยน” สภาพแวดล้อมที่เราเผชิญ
    ด้วยแก่นของแนวการคิด 2 อย่างนี้ เมื่อนำมารวมกันจึงเกิดเป็น Theory of Reflexivity หรือ ทฤษฎีสะท้อนกลับ และยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Self-fulfilling prophecy เนื่องจากทฤษฎีของโซรอสเป็นหลักการที่คล้ายกับทฤษฎีของโรเบิร์ต เมอร์ตัน ที่สามารถอธิบายได้ด้วยวิชาเศรษฐศาสตร์
    พื้นฐานของทฤษฎีสะท้อนกลับ เกิดจากการเชื่อว่าตลาด “ไม่ได้อยู่ในภาวะดุลยภาพ” มากกว่า “ภาวะดุลยภาพ” เนื่องจาก ผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดนั้นมีความเอนเอียง (Bias) และความเข้าใจผิด (Misconceptions) เกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุน และตลาด จนนำไปสู่ Feedback loops หรือการคิดเป็นวงจรป้อนกลับ ซึ่งเป็นการคิดในลักษณะที่เป็นวงมากกว่าเป็นเส้นตรง จากการที่เรื่องราวต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
    เช่น เมื่อ Demand เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นและผลของราคาที่เพิ่มขึ้นนี้ จะส่งผลให้ Demand ปรับลดลงตามกลไกตลาดในอนาคต ในทางกลับกัน เมื่อ Supply ลดลง จะทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นและผลของราคาที่เพิ่มขึ้นนี้ จะส่งผลให้ Supply ปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต
    แต่ทฤษฎีสะท้อนกลับบอกว่า การปรับเพิ่มขึ้นของราคานั่นแหละที่เป็นตัวส่งสัญญาณในการเข้าซื้อ และจะส่งผลให้ราคาขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ในทางตรงกันข้าม หากราคาลดลง ก็จะเป็นสัญญาณให้นักลงทุนเกิดการขายมากขึ้น ดังนั้น ราคาจะยังคงปรับตัวลดลงอีก

โซรอสมีวิธีการนำทฤษฎีสะท้อนกลับ ผ่านแนวคิดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น มาใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร

  1. โซรอสใช้องค์ประกอบ “การทำนาย” ว่าลักษณะทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นและค่าเงิน จะเป็นอย่างไรผ่านสื่อต่าง ๆ
  2. โซรอสใช้องค์ประกอบ “การอธิบาย” จนคนอื่น ๆ ในตลาดเริ่มเกิดความคาดหวังหรือคาดการณ์ทิศทางราคาขึ้น และการคาดการณ์ที่เกิดจากการทำนายในขั้นแรกของโซรอส ส่งผลต่อการกระทำและการตัดสินใจในการลงทุนของพวกเขา
  3. โซรอสใช้องค์ประกอบ “การทดสอบ” เพื่อให้คำนายที่บอกไว้ตั้งแต่แรกเป็นจริง โดยการทุ่มเงินเก็งกำไรอย่างมหาศาลลงมาในตลาด พร้อม ๆ กับสภาวที่เกือบทุกคนคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างเช่นเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปี 2540
    สรุป โซรอสไม่เพียงแต่มีความรู้ในด้านเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีความรู้ลึกในทางวิทยาศาสตร์เรื่องระบบความคิด (Thinking System) ของมนุษย์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม​

พาวเวลล์ให้คำมั่นเดินหน้าปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง 3 เหรียญ

พาวเวลล์ให้คำมั่นเดินหน้าปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลกดดันราคาทองคำปรับตัวลดลง

อ่านเพิ่มเติม

หากรัสเซียใช้อาวุธเคมี-ชีวภาพโจมตียูเครน ปธน.ไบเดน ลั่นสหรัฐตอบโต้แน่

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐและกลุ่มนาโตจะตอบโต้ “อย่างสาสม” หากรัสเซียใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพในการโจมตียูเครน

อ่านเพิ่มเติม