3 สุดยอด เทรดเดอร์ และ นักลงทุน ระดับตำนาน ตอนที่ 2


เกริ่นนำ

ผลิตภัณฑ์ในตลาดการเงิน (Finiancial Products) หรือ สินค้าในตลาดการเงิน (Financial Market) ประกอบไปด้วย ตราสารทางการเงิน 3 ชนิด ได้แก่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน และตราสารอนุพันธ์ ตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ตลาดฟอเร็กซ์ ตลาดอนุพันธ์ และตลาดคริปโทเคอเรนซี่ เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถสะสมความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพียงทำการเทรดหรือทำการลงทุนถูกจังหวะก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้

เพื่อให้มองเห็นแนวทางว่าคนที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้เขามีแนวทาง หรือผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้างจนเป็นเทรดเดอร์ (Trader) ที่ได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือระดับตำนาน ผมจึงทำการรวบรวมเทรดเดอร์ที่ผมประทับใจและติดตามไว้ 3 คน ไว้ในบทความนี้ ประกอบไปด้วย Bill Ackman, Michael Burry และ Nassim Nicholas Taleb มาติดตามอ่านกันได้เลยครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาตอนที่แล้วสามารถกดอ่านได้เลย 3 สุดยอดเทรดเดอร์และนักลงทุนระดับตำนาน ตอนที่ 1


Bill Ackman ผู้บริหาร Hedge Fund ที่ทำกำไรได้เกือบ 100 เท่าในปี 2020

Bill Ackman #1

ในยุคการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ภาคธุรกิจของแต่ละประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แม้แต่ในธุรกิจการลงทุน ทำให้หลายกองทุนขาดทุนอย่างรุนแรง แต่ในสภาวะที่การลงทุนส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนที่แย่ ก็มีบางกองทุนที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล กองทุนนั้นก็คือ Pershing Square Capital ที่มีผู้ก่อตั้งและซีอีโอเป็น Bill Ackman

เขาเริ่มมีชื่อเสียงเพราะเป็นคนแรก ๆ ที่เป็นคนเห็นความผิดปกติของสินเชื่อซับไพร์ม โดยทำกำไรได้อย่างมหาศาลว่าสถาบันการออกตราสารประกันความเสี่ยง MBIA จะมีความเสี่ยงในการผิดรับชำระหนี้จนต้องล้มในวิกฤตครั้งนั้น

กองทุนของเขาใช้รูปแบบที่เรียกว่า “Activist Investor” นั่นก็คือ รูปแบบหนึ่งของการลงทุนในแบบ Value Investor ซึ่งเป็นการซื้อหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง แต่ต่างกันตรงที่เมื่อทำการซื้อหุ้นในสัดส่วนที่มากพอที่จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้แล้ว พวกเขาจะดำเนินกลยุทธ์เพื่อหาทางให้หุ้นมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น คือ เข้าไปซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของ และทำการบริษัทดูดีขึ้นนั่นเอง

การลงทุนในรูปแบบของ Bill Ackman นั้น จะเลือกซื้อหุ้นจำนวนไม่มากนัก ประมาณ 7-8 ตัว ซึ่งแต่ละตัวเขาลงทุนระดับ 500 ล้านเหรียญ (1.5 หมื่นล้านบาท) ถึง 1,000 ล้านเหรียญ(3 หมื่นล้านบาท) เมื่อมูลค่าหุ้นของบริษัทที่เขาลงทุนขึ้นสูงจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว เขาจะทำการทยอยขายหุ้นบางส่วนออกมา

ในปี 2020 ที่ผ่านมากองทุนที่เขาบริหารประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์มูลค่า 27 ล้านดอลลาร์ไปเป็น 2,600 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนเดียว หรือทำกำไรได้กว่าเกือบ 10,000 % เลยทีเดียว ซึ่งเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแบบถล่มทะลายในเดือนมีนาคม

กองทุน Hedge Fund ของเขาได้ทำการไล่ซื้อดัชนีประกันความเสี่ยงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในขณะนั้นมีตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดไม่ถึง 100 คน เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้นจึงทำให้มูลค่าตราสารดัชนีที่เขาซื้อปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

เขายังคงใช้วิธีแบบ Activist Investor เพื่อเป็นการเร่งเร้าให้ ปธน. สหรัฐฯ (ทรัมป์) ประกาศล็อคดาวน์และปิดพรหมแดนระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโรคนี้ โดยมีการแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ (ซึ่งเขาใช้ไม่บ่อยนัก) และในการให้สัมภาษณ์กับข่าวข่อง CNBC

เชายังคงใช้วิธีแบบ Activist Investor เพื่อเป็นการเร่งเร้าให้ ปธน. สหรัฐฯ (ทรัมป์) ประกาศล็อคดาวน์และปิดพรหมแดนระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโรคนี้ โดยมีการแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ (ซึ่งเขาใช้ไม่บ่อยนัก) และในการให้สัมภาษณ์กับข่าวข่อง CNBC

อย่างไรก็ตามในการลงทุนของกองทุนของเขาก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก และนี่คือผลการดำเนินงานของกองทุน Pershing Square Capital ที่เขาบริหารอยู่

  • 2020 กำไร 70.2%
  • 2019 กำไร 58.1%
  • 2018 ขาดทุน -0.7%
  • 2017 ขาดทุน -4.0%
  • 2016 ขาดทุน -13.5%
  • 2015 ขาดทุน -20.5%
  • 2014 กำไร 40.4%

จะเห็นได้ว่าในปี 2015 – 2018 เป็นปีที่ยากลำบากของเขาเป็นเวลาติดต่อกันถึง 4 ปี โดยระหว่างนั้นมีนักลงทุนได้แห่ไปถอนหน่วยลงทุนของเขา เนื่องมาจากผลการลงทุนของเขาที่ย่ำแย่ในช่วงเวลานั้น ดังนั้นเพื่อพัฒนาตัวเองให้เข้าฟอร์มอีกครั้งเหมือนแต่ก่อน ในปี 2015 เขาจึงได้เข้าร่วมโปรแกรม “Leadership Under Fire” ที่ Rob Roy อดีตหน่วย Seal เป็นผู้จัด

การฝึกนั้นโหดเหมือนกับการฝึกทหารในหน่วย Seal มีทั้งการว่ายน้ำข้ามหาสมุทร พายเรือฝ่าคลื่นทั้งวันทั้งคืน เดินป่าเพื่อซุ่มโจมตีผู้ก่อการร้าย แบกซุงวิ่งไปวิ่งมา เป็นต้น

หลังจากการฝึกโปรแกรมนั้น ฟอร์มของเขาก็กลับมาเข้าที่มากขึ้น โดยมีผลการขาดทุนที่ลดลง จนในปี 2019 และ 2020 กองทุนของเขาทำผลกำไรได้อย่างน่าประทับใจ

Bill Ackman #2

ผลงานที่เป็นที่น่าจดจำของเขา ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดีมีดังต่อไปนี้

  • ปี 2004 ซื้อหุ้นบริษัทฟาสต์ฟู้ตจนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ Wendy’s Company จากนั้นกดดันให้บอร์ดบริหารขายแบรนด์ Tim Hortons ออกไป พอหุ้นบริษัทขึ้นก็ขายทำกำไรออกไป
  • ปี 2008 ทำกำไรมหาศาลจากวิกฤติสินเชื่อซับไพร์ม
  • ปี 2011 ทำการกว้านซื้อหุ้น Canadian Pacific RailWay(CP) แข่งกับ Proxy fight ในช่วงที่จะทำการโหวตเพื่อเปลี่ยน CEO เพื่อกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัท ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ราคาหุ้นขึ้นจาก 49 เหรียญไปถึง 220 เหรียญต่อหุ้น จากนั้นก็ขายหุ้น 6.7% ออกไป (ซื้อมาทั้งหมด 14.2%) ทำให้ได้เงินกลับมาเป็นมูลค่าถึง 1.45 พันล้านเหรียญ
  • ปี 2012 Short หุ้น Herbalife บริษัทขายตรง แต่เนื่องจากเป็นการเล่นเกมส์สวนกับ Activist Investor ผู้มากประสบการณ์ Carl Icahn และมีการผสมโรงของ Soros ในเกมส์นี้เขาพ่ายแพ้ไป และขาดทุนไปถึง 100 ล้านเหรียญ เพราะหุ้นมัวแต่ขึ้นเอา ๆ
  • ปี 2014 ซื้อหุ้นบริษัทยาที่ชื่อว่า Valeant Pharmaceuticals แต่ไม่สำเร็จโดน Actavis ตัดหน้าไป แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้ก็ได้กำไรงาม ๆ อยู่ดี จึงนำกำไรจากดีลนี้ไปซื้อหุ้น Valeant จนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
  • ปี 2017 หุ้น Valeant ที่ซื้อนั้นประสบปัญหาอย่างนัก ทั้งโดนกล่าวหาจากสาธารณชนว่า เป็นตัวการทำให้ยาแพงขึ้น รวมถึงการปกปิดข้อมูลบางอย่างกับผู้ถือหุ้น จนต้องมีหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบ และบริษัทประสบปัญหาการขาดทุนมหาศาล โดยที่กองทุนทำการไล่ซื้อหุ้นตั้งแต่ราคา 180 เหรียญต่อหุ้น แต่ต้องยอมขายตัดขาดทุนแถว ๆ 11 เหรียญต่อหุ้น ดีลนี้เขาขาดทุนไปถึง 4 พันล้านเหรียญ

หลังจากเขากลับมาเข้าฟอร์มเหมือนเดิมทำให้ Pershing Square Capital ที่บริหารงานโดย Bill Ackman เป็นกองทุน Hedge Fund อีกกองหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2020 ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ Value Investment และ Activist Investor


สร้างกำไรด้วยมุมมองที่เห็นต่างอย่าง Michael Burry

Michael Burry #1

Michael Burry สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากคณะแพทยศาสตร์ Vanderbilt University แต่หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจที่จะเป็นนักลงทุนมืออาชีพหลังจากที่เขาสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลในตลาดหุ้น เขาได้รับชื่อเสียงอย่างโด่งดังจากการเดิมพันว่าสินเชื่อซับไพร์มจะปรับตัวลดลง จนได้รับการบันทึกไว้ใน “The Big Short” ซึ่งนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์จากหนังสือของ Michael Lewis

คำว่า The Big Short ไม่ได้แปลว่า ใหญ่ สั้น แต่แปลว่า การปรับตัวลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งตอนนั้นเกิดจากปัญหาฟองสบู่อสังหาฯของสหรัฐฯ

ณ เวลานั้น นักลงทุนทำการซื้อสินเชื่อซับไพร์มซึ่งเป็นสินเชื่อด้อยคุณภาพด้วยความเชื่อที่ว่าใคร ๆ เขาก็ซื้อกัน

แต่คุณ Michael Bury เป็นคนหนึ่งที่เห็นต่าง เขาจึงได้เดิมพันในสถานะฝั่งลง หรือว่า Short สินเชื่อด้อยคุณภาพเหล่านั้น จนทำให้เขาสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล แต่กว่าเขาจะได้เงินของเขานั้นไม่ได้ง่าย เพราะต้องขาดทุนสะสมถึง 2 ปี แต่เมื่อถูกแล้วเขาก็สามารถทำกำไรจนได้กำไรก้อนใหญ่ (ระดับพันล้านเหรียญ) จนโด่งดังมาถึงปัจจุบัน

Quote คำพูดที่โด่งดังของเขามีมากมาย แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงคือ

“If you are going to be a great investor, you have to fit the style to who you are” ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณอยากจะเป็นนักลงทุนที่ยอดเยี่ยม คุณจะต้องค้นหาสไตล์ที่เข้ากับความเป็นตัวตนของคุณ

A Dozen Things I’ve Learned from Dr. Michael Burry about Investing
Michael Burry #2

ผลงานการเทรดของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก ตั้งแต่ก่อนปี 2008, ปี 2008 ที่เกิดวิกฤตซับไพร์, รวมถึงในวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020 กองทุน Scion Asset Management เขามีเงินทุนภายใต้การบริหารสูงถึง $387 million หรือ 387 ล้านเหรียญ (ข้อมูลวันที่ 31 มีนาคม 2020)

ในช่วงหลังในการบริหารกองทุนเขาได้ทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดไปจากช่วงก่อนหน้านี้ไปบ้าง เพราะจะต้องรายงาน 13F SEC Filing ในทุกไตรมาศ ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามผลการลงทุนของเขายังยอดเยี่ยมเสมอ

กลยุทธ์การทำกำไรของเขาจะคอยทำกำไรจากช่องโหว่ของตลาด หาโอกาสที่เกิดความไม่สมดุลของตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติ เขาไม่ได้กระจายความเสี่ยงมากนัก จากรายงาน 13F (เดือนมิถุนายน 2020) พบว่าเขามีการซื้อขายสินทรัพย์เพียงแค่ 43 รายการเท่านั้น เขามักจะไม่กระจายความเสี่ยงมากเกินไป เมื่อพบโอกาสในการทำกำไรเขาจะเดิมพันมันในสถานะที่ใหญ่ หรือแทบจะ All in กับมุมมองนั้น ๆ ไปเลย

ในปี 2020 เขาได้มีการปรับกลยุทธ์โดยทำการขายหุ้นในพอร์ตเขาออกมา และเลือกที่จะเอาเงินที่ได้ส่วนใหญ่ไปถือ Call Option แทน

และนี่คือรายชื่อหุ้นที่เขาขายในไตรมาศที่ 2 ปี 2020

  • Jack in the box
  • Facebook
  • Boing
  • Gamestop
  • Qorvo
  • Maxar technologies

จนเมื่อล่าสุดเมื่อปลายปี 2020 เขาได้ทำการขาย Call Option (ไตรมาศ 3) บางส่วนที่ถือออกมาเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

วิธีการเทรดและกลยุทธ์การเทรดของ Michael Burry นั้นน่าตื่นตาตื่นใจเสมอ เพราะเขามีมุมมองที่แตกต่าง และทำการบ้านมาเป็นอย่างดี และใช้กลยุทธ์ที่ใช้เครื่องมือที่มีความซับซ้อนที่ยากต่อความเข้าใจ เขาถือว่าเป็นผู้บริหารกองทุนที่มีอายุไม่มาก(อายุเพียง 49 ปี) คนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด


Black Swan ในโลกการเงิน ของ Nassim Taleb

Nicholas Nassim Taleb #1

Nassim Nicholas Taleb เป็นเทรดเดอร์นักคณิตศาสตร์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน เขาเกิดในปี 1960 และปัจจุบันยังทำงานเป็นเทรดเดอร์อยู่ เขาสามารถทำเงินจากตลาดกการเงินได้เป็นจำนวนมาก โดยวิธีการที่คนทั่วไปทำไม่ได้ หรือ ไม่กล้าทีจะทำมาก่อน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์ของเขา

สินค้าที่เขาถนัดเทรดคือ Option โดยเขาเริ่มเทรดโดยเป็น Market Maker ให้กับลูกค้าของเขา และเขาก็ทำมันได้ดีในช่วงเวลานั้น แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่เปลี่ยนแปลงมุมมองในการเทรดของเขา นั่นก็คือ เหตุการณ์ในวันที่ 19 ตุลาคม 1987 วันที่ตลาดหุ้นตกหนัก เขาได้ทำการถือสถานะ long put option ที่ out-of-the-money ของ Eurodollar จึงทำให้เขาสามารถทำเงินได้ถึง $35 ล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของเขา และมันทำให้เขาเริ่มคิดว่า 5 ปีของการทำงานแบบต่อเนื่องของเขายังสามารถทำเงินได้น้อยกว่าการโชคดีเพียงครั้งเดียวเสียอีก

เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยากต่อการเกิดมาอย่างต่อเนื่อง และได้ถ่ายทอดแนวคิดของเขาออกมาผ่านทางหนังสือหลายเล่ม ที่รู้จักกันดีก็คือ “Black Swan” หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ปลายหางของความน่าจะเป็น (3 standard deviation) หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดยาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกระทบที่รุนแรงจนทุกคนอาจจะคาดไม่ถึง โดยจะต้องมีองค์ประกอบ 3 ข้อ

  1. เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
  2. เหตุการณ์นั้นมีผลกระทบมหาศาลเมื่อเกิดขึ้น
  3. หลังเหตุการณ์นั้น จะมีเหตุผลมาอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เหตุการณ์คาดการณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Taleb

  • เขาได้คาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่สถาบัน Fannie Mae จะล่มสลาย โดยสถาบันนี้เป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดของตลาดจำนองทางด้านการเงิน ในโลกใบนี้ไม่มีงานไหนที่ยั่งยืน เราเคยเห็นปรากฎการณ์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อายุ 100 ปีล้มมาแล้วเพราะจะใหญ่แค่ไหน เก่าแก่แค่ไหน ไม่มีทางเอาชนะการเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่ปรับตัว
  • การเกิด Black Monday ที่เกิดขึ้นในปี 1987 ซึ่งส่งผลให้ดัชนีดาวโจนลดลงถึง -22.6% ในวันเดียว ซึ่งเขาสามารถทำกำไรได้ประมาณ 40 ล้านเหรียญกับเหตุการณ์นี้ เหตุการณ์นี้โดยได้รับการเรียกชื่อเลียนแบบ Black Swan

กลยุทธ์การเทรดของ Nissim Taleb

  1. ทำการเดิมพันการเหตุการณ์ที่ยากต่อการเกิด (Black Swans) Taleb ได้พูดถึงเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ในหนังสือที่เขาเขียนหลายเล่ม โดยมีหนังสือที่เรารู้จักกันดี เช่น Black Swans, Fooled by Randomness และหนังสือของเขาอีกหลายเล่ม โดยเขาจะทำการเดิมพันเหตุการณ์ที่คนทั่วไปคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบที่มากกว่าทุกคนคาดคิด ทำให้เขาสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลในหลายเหตุการณ์ เช่น Black Monday หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุดอย่างโควิด-19
  2. เขาจะวางแผนป้องกันเงินทุนของเขาเมื่อไม่เกิด Black Swan ขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่เกิด Black Swan ขึ้นวิธีการเทรดของเขาก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามปกติ โดยเขา เรียกตรงนี้ว่า “Mediocristan zone” และเมื่อเหตุการณ์ที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เขาจะทำไรได้อย่างมหาศาล ซึ่งตรงนี้เขาเรียกว่า “Extremistan zone”
  3. เขาให้ความสนในต่อ Risk to reward และการปกป้องเงินทุนของเขาไว้สูงสุด
  4. เขาชอบขาย at-the-money option และซื้อ out-of-the-money option โดยทำการซื้อทั่งฝั่ง put และ call
  5. กลยุทธ์การเทรดของเขามีแนวคิดพื้นฐานมาจากการที่มีการคำนวณราคา Option ไม่ถูกต้อง เพราะการกระจายตัวของความน่าจะเป็นของตลาดเป็นแบบ fat-tailedness
Nassim Taleb #2

ในปัจจุบันปี 2021 Nassim Nicholas Taleb มีอายุ 62 ปี ยังคงทำการเทรดในสินค้า options อยู่โดยเน้นให้อยู่รอดในตลาดปกติ และทำกำไรก้อนใหญ่จากเหตุการณ์ Black Swans โดยในปี 2020 เขาได้ถ่ายทอดแนวคิดของเขาผ่านทางหนังสือชื่อว่า Statistical Consequences of Fat Tails: Real World Preasymptotics, Epistemology, and Applications


บทสรุป

การเรียนรู้จากประสบการณ์คนที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้เราพัฒนาตนเองและเข้าถึงความสำเร็จที่เราต้องการได้เร็วขึ้น ในวงการเทรดเดอร์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราอยากเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จเราก็ควรดำเนินการตามแนวทางของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งในบทความนี้ได้ทำการยกตัวอย่างไว้ทั้งหมด 3 คน ได้แก่ Bill Ackman, Michale Burry และ Nassim Nicholas Taleb

ถึงแม้ว่าทั้ง 3 คนจะมีแนวทางการเทรดที่แตกต่างกัน แต่เราจะสังเกตได้ว่ามีหลายอย่างที่สอดคล้องกัน ซึ่งหลายอย่างอาจจะช่วยเป็นแนวทางให้ท่านต่อยอดในการพัฒนาการเทรดได้


แหล่งข้อมูลสำหรับอ่านเพิ่มเติม

  1. ตลาดการเงิน
  2. Bill Ackman
  3. Michale Burry
  4. Nassim Taleb

วีดีโอประกอบ

น้ำมัน บทความยอดนิยม ประวัติเทรดเดอร์ พื้นฐาน technical analysis เทรดเดอร์มือใหม่ ์Indicator

*บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่างๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม​

JPMorgan ธนาคารระดับโลกเผยว่าตลาด Crypto ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว

หลังจากการฟื้นตัวของตลาด Crypto ที่ผ่านมานี้ JPMorgan ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกออกความเห็นว่าตอนนี้ตลาด Crypto ได้ผ่านจุดต่ำสุดของระดับราคาแล้ว
โดยนักวิเคราะห์ของ JPMorgan ชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของตลาดซึ่งส่งผลให้มีการเรียกคืนมูลค่าตลาดที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดของเครือข่าย Terra (LUNA)

อ่านเพิ่มเติม

เอลซัลวาดอร์ขาดทุนกว่า 52 ล้านดอลลาร์ หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 22,000 เหรียญ

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 รัฐบาลเอลซัลวาดอร์นำโดยประธานาธิบดี Nayib Bukele ได้เข้าซื้อ Bitcoin จำนวน 2,301 เหรียญ ที่มีมูลค่าถึง 103 ล้านดอลลาร์ เพื่อที่จะเปลี่ยนเอลซัลวาดอร์ให้เป็นประเทศแห่ง Bitcoin แต่การลงทุนของเอลซัลวาดอร์นั้นก็สูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 51 ล้านเหรียญสหรัฐ

อ่านเพิ่มเติม