logo

ข่าวเศรษฐกิจรอบโลกประจำวันที่ 9 พฤษภาคม 2567

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.1 จุด หรือ 0.09% มาอยู่ที่ระดับ 105.52 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.5% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.841% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ -0.34% อยู่ในภาวะ inverted yield curve
  • ลิซ่า คุก กรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่าภาคครัวเรือน ธนาคาร และบริษัทในสหรัฐฯ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมีเงินทุนเพียงพอที่จะชำระหนี้ และมีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ซูซาน คอลลินส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐแห่งบอสตัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ มั่นใจว่านโยบายการเงินปัจจุบันจะช่วยชะลอเศรษฐกิจลง นโยบายการเงินตึงตัวนี้จะช่วยควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ
  • ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) อาจจะไม่ต้องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก่อนหน้าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นเวลานานหลายเดือน เพราะว่าการทำเช่นนั้นอาจจะส่งผลลบต่อค่าเงินปอนด์
  • มอร์แกน สแตนเลย์เปิดเผยว่า คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนก.ย. เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ขณะเดียวกันก็ยังคงคาดว่า เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% สามครั้งในปีนี้
  • จากรายงานสรุปการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ครั้งล่าสุด เผยให้เห็นถึงท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นของสมาชิกคณะกรรมการหลายท่าน ซึ่งแสดงถึงความกังวลต่อความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจพุ่งสูงเกินคาดการณ์ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่39,056.39 จุด เพิ่มขึ้น 172.13 จุด หรือ +0.44%
  • ดัชนีS&P500 ปิดที่ 5,187.67 จุด ลดลง03 จุด หรือ -0.00% 
  • ดัชนีNasdaq ปิดที่ 16,302.76 จุด ลดลง80 จุด หรือ -0.18%
  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่6 ในวันพุธ และปิดที่เหนือระดับ 39,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
  • สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เผยสัดส่วนหนี้พุ่งขึ้นอีกครั้ง ขณะยอดหนี้ทั่วโลกพุ่งทำสถิติ315 ล้านล้านดอลล์ใน Q1 ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว สหรัฐและญี่ปุ่นมีหนี้เพิ่มขึ้นเร็วที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 17% และ 4% ตามลำดับ
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -45 เหรียญ หรือ -0.24% อยู่ที่ระดับ2,308.69 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาดCOMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง90 เหรียญ หรือ 0.08% ปิดที่ 2,322.30 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น7 เซนต์ หรือ0.21% ปิดที่ 27.601 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง80 เหรียญ หรือ0.38% ปิดที่ 984.60 เหรียญ
  • กองทุนทองคำSPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่47 ตันภาพรวมเดือนพฤษภาคม ขายสุทธิ 1.72 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 48.64 ตัน
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบวันพุธ โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
  • ธนาคารจีน (PBOC) ชะลอการซื้อทองคำเข้าสู่คลังสำรองเป็นเดือนที่18 ติดต่อกัน แม้ราคาทองคำจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปริมาณการซื้อทองคำของ PBOC ในเดือนเมษายน อยู่ที่ 60,000 ออนซ์ทรอย ลดลง 63% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม การชะลอการซื้อทองคำ ของ PBOC สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทองคำ ว่าธนาคารกลางทั่วโลกอาจเริ่ม ชะลอการสะสมทองคำ
ข่าวน้ำมัน
  • สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ หรือ78% ปิดที่ 78.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น42 เซนต์ หรือ51% ปิดที่ 83.58 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดช่วงบวก
  • ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง1.1 ล้านบาร์เรล

หมายเหตุ : ข้อมูลข้างต้นอาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลมีการซื้อขายตลอด 24 ชม. ไม่ควรใช้เพื่อการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อขาย ข้อมูลดังกล่าวไม่มีเจตนาชี้นำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ

Facebook
Twitter
Email