logo

ข่าวเศรษฐกิจรอบโลกประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566

  • ฝ่ายวิจัยโลกจากแบงก์ ออฟ อเมริกา (บีโอเอฟเอ) เลิกคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวกับธนาคารอื่นๆในวอลล์สตรีท หลังจากที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐชะลอตัวมากเกินคาด โดยการลดลงของอัตราเงินเฟ้อค่าเช่าที่เทียบเท่าของเจ้าของ ซึ่งเป็นดัชนีวัดตลาดอสังหาริมทรัพย์ และภาวะชะลอตัวของบริการพื้นฐานที่ไม่รวมที่อยู่อาศัย น่าจะสนับสนุนให้เฟดคงดอกเบี้ยต่อไป และคาดว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.ปีหน้า และจะลดดอกเบี้ยทุกไตรมาส
  • โดยนักวิเคราะห์ธนาคารยูบีเอสคาดว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ “จะลดลงอย่างมีความหมาย” ในปีหน้า และจะปิดปีหน้าในกรอบ 2.50-2.75% ซึ่งต่ำกว่าระดับที่วาณิชธนกิจชั้นนำหลายแห่งคาดการณ์ไว้อย่างมาก
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นปัจจัยกดดันตลาด
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ 0.11% ปิดที่ 1,964.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 40.60 เซนต์ หรือ 1.76% ปิดที่ 23.538 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 9.20 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 902.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ หลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่าคาด และการผลิตน้ำมันในสหรัฐสูงเป็นประวัติการณ์
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 76.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.29 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 81.18 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.8 ล้านบาร์เรล และการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในเดือนต.ค.พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.2 ล้านบาร์เรล/วัน ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัวลง และได้บดบังปัจจัยบวกจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น 2.46 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2566
  • ราคาเหรียญ MEME พุ่งขึ้นกว่า 50% ซื้อขายกันอยู่ที่ 0.33 ดอลลาร์ สวนทางเหรียญเหรียญตัวอื่น ๆ อย่าง DOGE และ SHIB  ที่ีมีมูลค่าลดลง 2-4% โดย DOGE มูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 0.074 ดอลลาร์ ส่วน SHIB มูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 0.000008548 ดอลลาร์
  • นอกจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว มูลค่าตลาดของเหรียญ MEME ยังขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 46.54% คิดเป็นมูลค่า 288 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายยังเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณถึง 780.47% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ภายในช่วงเวลาเดียวกัน
  • สำนักข่าว Bloomberg รายงาน Cathie Wood ซีอีโอ ARK Investment คาดสหรัฐฯ เผชิญภาวะ เงินฝืด โดยปีหน้า Fed ต้องลดดอกเบี้ยอย่างมี ‘นัยสำคัญ’ อย่างไรตาม การคาดการณ์ของ Cathie Wood ขัดแย้งกับความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์วอลล์สตรีท ซึ่งคาดว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในปีหน้าจะลดลงเหลือ +2.7% จาก +3.2% ในเดือนตุลาคม ตามการสำรวจของ Bloomberg
  • สำนักข่าว asia nikkei รายงานว่า GDP ญี่ปุ่น หดตัวแรงเกินคาดในไตรมาส 3 โดยปรับตัวลง 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจลดลงเพียง 0.6% และเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส เนื่องจากการบริโภคยังคงอ่อนแอจากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินเยนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ด้าน IMF ประเมินว่า ‘ญี่ปุ่น’ จ่อเสียแชมป์เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกให้ ‘เยอรมนี’ ในปีนี้
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ของจีนปรับตัวขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ของจีนปรับตัวขึ้น 4.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 4.4%
  • ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของอังกฤษปรับลดลงอย่างมากในเดือนต.ค.สู่ระดับ 4.6% จากระดับ 6.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี
Facebook
Twitter
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม

ดอลลาร์แข็งค่าหลังตลาดคลายกังวล ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง 5.9 ดอลลาร์

นักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลข PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในวันพรุ่งนี้ เพื่อบ่งชี้ทิศทางในการปรับอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยนักวิเคราะห์คาดเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งลดลงจากเดือนก่อนที่ระดับ 0.6%

อ่านเพิ่มเติม