logo

ข่าวเศรษฐกิจรอบโลกประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2567

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.32 จุด หรือ -0.3% มาอยู่ที่ระดับ 105.2 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.455% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.82% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.37% อยู่ในภาวะ inverted yield curve
  • แผนงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐในขณะนี้ตั้งอยู่บนการคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี ถ้าหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยในอนาคต ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็อาจจะมีความจำเป็นต้องเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอีกครั้ง
  • ปอนด์อ่อนค่าเทียบดอลลาร์และยูโร ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติด้วยคะแนนเสียง 7-2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรีย และสมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลที่อีซีบี จะลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป หรือแรงเกินไป พร้อมเสริมว่า ปัจจัยจำนวนมากขึ้นอยู่กับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
  • ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ธนาคารกลางสามารถซื้อหรือขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรองได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาวะการณ์ของตลาด เนื่องจากการซื้อขายดังกล่าวสามารถนำมาใช้บริหารจัดการสภาพคล่องได้
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ของกรรมการ BOJ ในวันนี้ โดยระบุว่า ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนเม.ย. กรรมการ BOJ ได้หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากเงินเยนยังคงอ่อนค่าลงจนทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันพฤหัสบดี ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาด ซึ่งทำให้ตลาดมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 39,387.76 จุด เพิ่มขึ้น 331.37 จุด หรือ +0.85%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,214.08 จุด เพิ่มขึ้น 26.41 จุด หรือ +0.51% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,346.26 จุด เพิ่มขึ้น 43.51 จุด หรือ +0.27%
  • ตลาดแรงงานของสหรัฐเริ่มคลายความร้อนแรง หลังจากในสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาดในเดือนเม.ย. และตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงแตะระดับระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีในเดือนมี.ค.
  • สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานว่า ยอดส่งออกในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยยอดส่งออกของจีนฟื้นตัว หลังจากที่ร่วงลง 7.5% ในเดือนมี.ค.
  • ส่วนยอดนำเข้าของจีนในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 8.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.8% โดยจีนมียอดเกินดุลการค้าในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นแตะระดับ 7.235 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค.ที่ระดับ 5.855 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ข้อมูลของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ยอดการถือครองหลักทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศลดลงสู่ระดับ 9.78 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. จากระดับ 9.95 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. โดยคาดว่าเป็นผลมาจากมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ในต่างประเทศปรับตัวลดลง ซึ่งรวมถึงพันธบัตร อันเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มคลายความร้อนแรง และทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 37.55 เหรียญ หรือ 1.63% อยู่ที่ระดับ 2,346.24 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 18 เหรียญ หรือ 0.78% ปิดที่ 2,340.30 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 7.64 เซนต์ หรือ 2.77% ปิดที่ 28.365 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 6.20 เหรียญ หรือ 0.63% ปิดที่ 990.80 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 830.47 ตันภาพรวมเดือนพฤษภาคม ขายสุทธิ 1.72 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 48.64 ตัน
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าคาด และจีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันในสหรัฐและจีนซึ่งเป็น 2 ประเทศที่ใช้น้ำมันดิบสูงสุดของโลก
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 27 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 79.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 83.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นอกจากนี้ GAC ยังระบุว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบจำนวน 44.72 ล้านตันในเดือนเม.ย. หรือราว 10.88 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
  • ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการชะลอตัวของตลาดแรงงานอาจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมลดลง และเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน
  • โกลด์แมน แซคส์ ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ ระบุว่า โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าโอเปกพลัสจะไม่ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในการประชุมเดือนมิ.ย. หลังจากที่ลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจในช่วงที่ผ่านมา
Facebook
Twitter
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม