ข่าวเศรษฐกิจรอบโลกประจำวันที่ 3 พฤษภาคม 2567

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.42 จุด หรือ -0.4% มาอยู่ที่ระดับ 105.31 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.589% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.16 % มาอยู่ที่ระดับ 4.877% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.29% อยู่ในภาวะ inverted yield curve
  • องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดเผยรายงานที่ชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น และด้วยแนวโน้มของเงินเฟ้อของสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก่อนเฟด ซึ่งแนวโน้มเช่นนี้ มีส่วนเพิ่มแรงหนุนต่อค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ราคาทองคำจึงมีแนวโน้มถูกหนุนเพียงระดับจำกัด และอาจถูกกดดันให้ปรับตัวลงได้
  • อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจจะเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยนต่อไปจนกว่าความเสี่ยงของนักเก็งกำไรที่ทำให้เยนดิ่งลง ทั้งนี้ เยนพุ่งขึ้นในวันนี้จากสิ่งที่นักลงทุนคาดว่าเป็นการแทรกแซงเป็นวันที่ 2 หลังจากที่มีการแทรกแซงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพื่อสกัดกั้นการร่วงลงของเยน
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของ BOJ มีความระมัดระวังที่จะไม่ส่งสัญญาณกับตลาดว่า การที่ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปีเป็นการส่งสัญญาณถึงการเริ่มต้นวงจรการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงิน ขณะเดียวกัน BOJ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินในแนวทางที่เหมาะสม
  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า นอกจากนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,225.66 จุด เพิ่มขึ้น 322.37 จุด หรือ +0.85%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,064.20 จุด เพิ่มขึ้น 45.81 จุด หรือ +0.91% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,840.96 จุด เพิ่มขึ้น 235.48 จุด หรือ +1.51%
  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับเพิ่มประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2024 เป็น 3.1% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีการปรับเพิ่มขึ้นสำหรับสหรัฐฯ จีน และอินเดีย คาดว่าการขยายตัวจะอยู่ที่ 3.2% ในปีหน้า
  • OECD คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.6% ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.1% ขณะเดียวกันคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.9% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.7% และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนอาจจะขยายตัว 0.7% ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 0.6%
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี โดยตลาดถูกกดันจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -15.7 เหรียญ หรือ -0.68% อยู่ที่ระดับ 2,303.8 เหรียญ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.40 เหรียญ หรือ 0.06% ปิดที่ 2,309.60 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 8.1 เซนต์ หรือ 0.30% ปิดที่ 26.829 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 7.70 เหรียญ หรือ +0.81% ปิดที่ 962.60 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.44 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 829.6 ตันภาพรวมเดือนพฤษภาคม ขายสุทธิ 2.59 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 49.51 ตัน
  • สภาทองคำโลก (WGC) รายงานว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกซึ่งนับรวมถึงการซื้อขายนอกตลาด (OTC) ด้วยนั้น เพิ่มขึ้น 3% สู่ระดับ 1,238 ตันในไตรมาส 1/2567 ซึ่งเป็นไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากการซื้อขายทองคำในตลาด OTC เป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากนี้ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเข้าคลังอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
  • อย่างไรก็ดี รายงานยังชี้ให้เห็นว่าความต้องการทองคำแท่งและทองคำเหรียญในตลาด ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายบุคคลต่อทองคำ  อีกทั้งรายงานยังมีการเน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณสัญญาซื้อขายทองคำในตลาด Shanghai Futures Exchange (SHFE) และ Shanghai Gold Exchange เมื่อกลางเดือนเมษายน  ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพของการซื้อขายทองคำในตลาดฟิวเจอร์ที่เพิ่มมากขึ้น
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยตลาดถูกกดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกชะลอตัว, สต็อกน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และจากการที่นักลงทุนมีความหวังน้อยลงว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 5 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 78.95 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2567
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 83.67 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • อเล็กซ์ โฮดส์ นักวิเคราะห์จากบริษัท StoneX กล่าวว่า ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะเวลา 200 วัน ซึ่งในทางเทคนิคแล้วถือเป็นการบ่งชี้ว่าราคาน้ำมันเริ่มเข้าสู่ภาวะตลาดหมี
  • นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันจะชะลอตัวลงในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยข้อมูลจาก Insights Global ระบุว่า สต็อกก๊าซออยล์ (Gasoil) ซึ่งรวมถึงน้ำมันดีเซล ที่โรงกลั่นและศูนย์จัดเก็บน้ำมันในเมืองอัมสเตอร์ดัม-รอตเตอร์ดัม-แอนต์เวิร์ปในยุโรปนั้น เพิ่มขึ้นกว่า 3% ในรอบสัปดาห์ที่นับจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ค.
Facebook
Twitter
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม

ราคา Bitcoin ร่วงแตะ 21,600 ดอลลาร์ หลัง Fed ส่องแววปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ Jerome Powell  กล่าวว่าวงการ Crypto จำเป็นต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากวงการ Crypto เต็มไปด้วยความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมที่ถูกใช้ในภาคการเงินโลกไม่ควรถูกกีดกัน

อ่านเพิ่มเติม

ราคา Bitcoin ร่วงลงมาระดับ 27,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ต้อนรับการเริ่มต้นเดือนพฤษภาคม

ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคา bitcoin ขึ้นไปทำจุดสูงสุดไว้ที่ราคา 29,941 ดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงไปปิดที่ราคา 27,659 ดอลลาร์ เนื่องจากราคายังคงอยู่ในความผันผวนมาก จึงมีความเป็นไปได้ที่มีเจ้ามือบางรายเทขาย หรือราคา Bitcoin อาจร่วงตามทางเทคนิค

อ่านเพิ่มเติม