logo

วิเคราะห์ทองคำประจำวันที่ 21/02/2024

  • เมื่อวันก่อนราคาทองปรับตัวขึ้น 6.02 ดอลลาร์ ราคาทองคำมีแรงซื้อเทคนิค ไต่ขึ้นตามกรอบ
  • วันนี้มีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐ รายงานการประชุม Fed (Fed Minutes) ระบุเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าการดำเนินนโยบายอย่างรัดกุมและระมัดระวังยังจำเป็น เพื่อที่จะนำเงินเฟ้อกลับมาที่ระดับเป้าหมายที่ 2% และการตัดสินใจของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไปจะขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคต โดย Fed จะคำนึงถึงทั้งความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น
  • กองทุนทองคํา SPDR ล่าสุดขายออก 1.73 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 836.16 ตัน
ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำอยู่ในช่วง Sideway Up
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนขานรับข่าวธนาคารกลางจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท5 ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง
  • นักวิเคราะห์ของCiti กล่าวมีโอกาสที่ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นถึง 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และน้ำมันถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายใน 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า 
  • ความต้องการทองคำขายส่งของจีนสร้างสถิติในเดือนมกราคม รวมถึง สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ กองทุนETF ทองคำของจีนก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • ราคาทองคำเมื่อวานก่อนเปิดที่ 2017 ดอลลาร์ โดยที่ราคาทองลงไประดับต่ำสุดที่ราคา 2014 ดอลลาร์ ก่อนราคาจะพุ่งขึ้นมาปิดที่ราคา 2024 ดอลลาร์
มุมมองทองคำทาง Technical

เมื่อวันก่อนราคาทองคำปิดบวก 6.02 ดอลลาร์ ราคาทองคำมีแรงซื้อเทคนิค ไต่ขึ้นตามกรอบ (+) หากราคาทองคำขึ้นไปทดสอบแล้วสามารถยืนที่แนวรับ 2,001 – 2,011 ดอลลาร์ได้ แนะนำนักเทรดสามารถพิจารณาเปิด Buy และตัดขาดทุนที่ระดับ 2,001 ดอลลาร์ (+) ขณะที่ภาพรวมทองคำตอนนี้มองไปทิศทาง Sideway Up โดยวันนี้คาดว่าราคาทองคําจะวิ่งอยู่ในกรอบแนวรับที่ 2,015 ดอลลาร์ และ 2,005 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านที่ 2,040 ดอลลาร์ และ 2,050 ดอลลาร์

Technical View

แนวรับที่ 1  2015 แนวต้านที่ 1 2040
แนวรับที่ 2  2005 แนวต้านที่ 2 2050

หมายเหตุ : ข้อมูลข้างต้นอาจมีความคลาดเคลื่อน ผู้ลงทุนไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจออกคำสั่งซื้อขาย และควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน 

Facebook
Twitter
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม

ราคาทองปิดลบ 2 วันติดต่อกัน หลังดอลลาร์แข็งค่าบวกเจรจาเพิ่มเพดานหนี้คืบหน้า

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือน พ.ค.ของเฟด ในวันพุธที่ 24 พ.ค. และการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐในวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ค.

อ่านเพิ่มเติม