logo

ข่าวเศรษฐกิจรอบโลกประจำวันที่ 14 มีนาคม 2567

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.16 จุด หรือ -0.16% มาอยู่ที่ระดับ 102.76 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.19% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.639% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.45% อยู่ในภาวะ inverted yield curve
  • สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางจีนกล่าวว่า จีนควรพึ่งพาการปฏิรูปทางโครงสร้างมากขึ้น และพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลงในการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้
  • ธนาคารซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะเริ่มต้นปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. โดยปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เคยคาดว่าจะเริ่มต้นปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนส.ค. อย่างไรก็ดี ซิตี้กรุ๊ปยังคงคาดการณ์ตามเดิมว่า บีโออีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงรวมกัน 1.25% ในปีนี้ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยของบีโออีอยู่ที่ 5.25% ในปัจจุบัน
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส และสมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อีซีบีอาจจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงระหว่างวันที่ 21 เม.ย.ถึงวันที่ 21 มิ.ย. ขณะที่เงินเฟ้อใกล้จะจบแล้ว
  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นในกลุ่มบริษัทผลิตชิป ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อก่อนที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 39,043.32 จุด เพิ่มขึ้น 37.83 จุด หรือ +0.10%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,165.31 จุด ลดลง 9.96 จุด หรือ -0.19% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,177.77 จุด ลดลง 87.87 จุด หรือ -0.54%
  • คันทรี การ์เดน บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน พลาดชำระหนี้พันธบัตรหยวนเป็นครั้งแรก ซึ่งซ้ำเติมวิกฤตให้กับบริษัทที่กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องเรื่องการบังคับชำระหนี้
  • ราคา Bitcoin ร่วงดิ่งอย่างรุนแรง เกือบหลุดระดับ 70,000 ดอลลาร์หลังเจ้ามือรายใหญ่เริ่มเทขายทำกำไร
  • Joe Biden เสนอให้มีการจัดเก็บภาษีสำหรับนักขุดคริปโตสูงสุดถึง 30%
  • นักวิเคราะห์คาดราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นแตะ 140,000 ดอลลาร์ได้ในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า!
  • ปริมาณซื้อขาย Dogecoin พุ่งทะยานสู่อันดับ 7 แซงหน้าเหรียญมีมตัวอื่นแม้จะทำกำไรได้น้อยกว่า
  • ‘ปูติน’ ไฟเขียว! รัสเซียลุย CBDC เต็มสูบ เตรียมปล่อย “รูเบิลดิจิทัล” สู่ระบบเศรษฐกิจ
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 15.93 เหรียญ หรือ 0.74% อยู่ที่ระดับ 2,174.39 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 14.70 ดอลลาร์ หรือ 0.68% ปิดที่ 2,180.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 76.20 เซนต์ หรือ 3.12% ปิดที่ 25.156 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 16.70 ดอลลาร์ หรือ 1.80% ปิดที่ 944.90 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.73 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 816.86 ตันภาพรวมเดือนมีนาคม ขายสุทธิ 6.05 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 62.25 ตัน
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 3% ในวันพุธ (13 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดจะได้รับผลกระทบจากการที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 79.72 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2.11 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 84.03 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2566
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 1.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 900,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 5.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.9 ล้านบาร์เรล
Facebook
Twitter
Email

ข่าวสารเพิ่มเติม

ราคาทองคำฟื้นตัวปิดบวกในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังปิดลบ 3 วันติดต่อกัน

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลข CPI ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทิศทางความชัดเจนแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

อ่านเพิ่มเติม