GoFX
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • การเทรด
    • ประเภทของบัญชีซื้อขาย
    • สินค้าเทรดของเรา
    • แพลตฟอร์มการซื้อขาย
  • ข้อมูลทางกฎหมาย
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการลูกค้า
    • นโยบายการดำเนินคำสั่ง
    • การเปิดเผยความเสี่ยง
  • ติดต่อเรา
  • English
  • Bahasa Indonesia
  • Tiếng Việt
  • ไทย
  • ລາວ
เข้าสู่ระบบ เปิดบัญชี
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • การเทรด
    • ประเภทของบัญชีซื้อขาย
    • สินค้าเทรดของเรา
    • แพลตฟอร์มการซื้อขาย
  • ข้อมูลทางกฎหมาย
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการลูกค้า
    • นโยบายการดำเนินคำสั่ง
    • การเปิดเผยความเสี่ยง
  • ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ เปิดบัญชี
EnglishBahasa IndonesiaTiếng Việtไทยລາວ

ข้อมูลทางกฎหมาย

นโยบายความเป็นส่วนตัว

GOFX ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายหลักการ วิธีการ และมาตรฐานที่บริษัทใช้ ในการเก็บรวบรวม ใช้ จัดเก็บ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูล ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

บริษัทมุ่งมั่นดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างโปร่งใส เหมาะสม และปลอดภัย โดยใช้ข้อมูล เท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ การปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัย ของระบบและบัญชีของลูกค้า

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัย

สารบัญ

  1. หมวดที่ 1 บทนำและขอบเขตของนโยบาย
    1. 1.1 บทนำ
    2. 1.2 วัตถุประสงค์ของนโยบาย
    3. 1.3 ความสัมพันธ์กับ Client Agreement และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
    4. 1.4 ขอบเขตการบังคับใช้
    5. 1.5 การยอมรับนโยบาย
  2. หมวดที่ 2 คำจำกัดความและการตีความ
    1. 2.1 บทนำ
    2. 2.2 คำจำกัดความ
    3. 2.3 หลักเกณฑ์การตีความ
    4. 2.4 ความสัมพันธ์กับคำจำกัดความใน Client Agreement
  3. หมวดที่ 3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
    1. 3.1 หลักการทั่วไป
    2. 3.2 ข้อมูลระบุตัวตน
    3. 3.3 ข้อมูลการติดต่อ
    4. 3.4 ข้อมูลด้านการเงิน
    5. 3.5 ข้อมูลบัญชีธนาคารและการชำระเงิน
    6. 3.6 ข้อมูลการซื้อขาย
    7. 3.7 ข้อมูลทางเทคนิค
    8. 3.8 ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง
    9. 3.9 ข้อมูลจากการสื่อสาร
    10. 3.10 ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม
    11. 3.11 ข้อมูลที่บริษัทไม่ประสงค์จะเก็บรวบรวม
  4. หมวดที่ 4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
    1. 4.1 หลักการทั่วไป
    2. 4.2 ข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้าโดยตรง
    3. 4.3 ข้อมูลที่ได้จากการใช้เว็บไซต์
    4. 4.4 ข้อมูลที่ได้จากแพลตฟอร์มซื้อขาย
    5. 4.5 ข้อมูลจากการติดต่อสื่อสาร
    6. 4.6 ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม
    7. 4.7 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ
    8. 4.8 การตรวจสอบตัวตนและการยืนยันข้อมูล
    9. 4.9 การปรับปรุงข้อมูล
    10. 4.10 ความถูกต้องของข้อมูล
  5. หมวดที่ 5 วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    1. 5.1 หลักการทั่วไป
    2. 5.2 การดำเนินการก่อนการทำสัญญาและการให้บริการ
    3. 5.3 การปฏิบัติตาม Client Agreement
    4. 5.4 การยืนยันตัวตน (KYC)
    5. 5.5 การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้าน AML / CTF
    6. 5.6 การบริหารความเสี่ยง
    7. 5.7 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
    8. 5.8 การให้บริการลูกค้า
    9. 5.9 การสื่อสารกับลูกค้า
    10. 5.10 การวิเคราะห์และการปรับปรุงบริการ
    11. 5.11 การปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
    12. 5.12 การใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด
    13. 5.13 การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์
  6. หมวดที่ 6 การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    1. 6.1 หลักการทั่วไป
    2. 6.2 การใช้ข้อมูลภายในบริษัท
    3. 6.3 การเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัทในเครือ
    4. 6.4 การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการ
    5. 6.5 การเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานของรัฐ
    6. 6.6 การเปิดเผยข้อมูลเพื่อการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน
    7. 6.7 การเปิดเผยข้อมูลในกรณีการปรับโครงสร้างธุรกิจ
    8. 6.8 การเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความยินยอม
    9. 6.9 ข้อมูลที่ผ่านการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
    10. 6.10 การรักษาความลับของข้อมูล
    11. 6.11 ข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูล
  7. หมวดที่ 7 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ
    1. 7.1 หลักการทั่วไป
    2. 7.2 วัตถุประสงค์ของการโอนข้อมูลระหว่างประเทศ
    3. 7.3 ผู้รับข้อมูลในต่างประเทศ
    4. 7.4 มาตรการคุ้มครองข้อมูลที่โอน
    5. 7.5 การใช้บริการผู้ให้บริการระบบคลาวด์
    6. 7.6 การปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศผู้รับข้อมูล
    7. 7.7 การเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานต่างประเทศ
    8. 7.8 การโอนข้อมูลภายในกลุ่มบริษัท
    9. 7.9 การเปลี่ยนแปลงสถานที่ประมวลผลข้อมูล
    10. 7.10 ความรับผิดชอบของลูกค้า
  8. หมวดที่ 8 การเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
    1. 8.1 หลักการทั่วไป
    2. 8.2 หลักเกณฑ์ในการกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา
    3. 8.3 การเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าปัจจุบัน
    4. 8.4 การเก็บรักษาข้อมูลภายหลังการปิดบัญชี
    5. 8.5 การจัดเก็บบันทึกธุรกรรม
    6. 8.6 การสำรองข้อมูล
    7. 8.7 การลบและการทำลายข้อมูล
    8. 8.8 การระงับการลบข้อมูล
    9. 8.9 การตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย
    10. 8.10 การทบทวนระยะเวลาการเก็บรักษา
  9. หมวดที่ 9 คุกกี้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
    1. 9.1 หลักการทั่วไป
    2. 9.2 คุกกี้คืออะไร
    3. 9.3 วัตถุประสงค์ของการใช้คุกกี้
    4. 9.4 ประเภทของคุกกี้ที่บริษัทอาจใช้
    5. 9.5 คุกกี้ของบุคคลที่สาม
    6. 9.6 การจัดการคุกกี้
    7. 9.7 ความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้
    8. 9.8 การเปลี่ยนแปลงการใช้คุกกี้
    9. 9.9 ความสัมพันธ์กับ Cookie Policy
  10. หมวดที่ 10 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    1. 10.1 หลักการทั่วไป
    2. 10.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
    3. 10.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูล
    4. 10.4 สิทธิในการลบข้อมูล
    5. 10.5 สิทธิในการจำกัดการประมวลผล
    6. 10.6 สิทธิในการคัดค้าน
    7. 10.7 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
    8. 10.8 สิทธิในการขอรับข้อมูล
    9. 10.9 การใช้สิทธิผ่านตัวแทน
    10. 10.10 การยื่นคำขอ
    11. 10.11 ระยะเวลาการพิจารณาคำขอ
    12. 10.12 การปฏิเสธคำขอ
    13. 10.13 การร้องเรียน
  11. หมวดที่ 11 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
    1. 11.1 หลักการทั่วไป
    2. 11.2 การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล
    3. 11.3 การรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
    4. 11.4 การปกป้องข้อมูลระหว่างการจัดเก็บและการรับส่ง
    5. 11.5 การรักษาความปลอดภัยของบุคลากร
    6. 11.6 การบริหารจัดการผู้ให้บริการ
    7. 11.7 การจัดการเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย
    8. 11.8 ความต่อเนื่องทางธุรกิจ
    9. 11.9 ความรับผิดชอบของลูกค้า
    10. 11.10 การทบทวนและปรับปรุงมาตรการ
  12. หมวดที่ 12 การติดต่อ การปรับปรุงนโยบาย และการควบคุมเวอร์ชัน
    1. 12.1 การติดต่อบริษัท
    2. 12.2 การยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ
    3. 12.3 ค่าธรรมเนียม
    4. 12.4 การตีความนโยบาย
    5. 12.5 การแยกบทบัญญัติ
    6. 12.6 การไม่สละสิทธิ
    7. 12.7 การแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบาย
    8. 12.8 วันที่มีผลใช้บังคับ
    9. 12.9 ภาษา
หมวดที่ 1

บทนำและขอบเขตของนโยบาย

1.1 บทนำ

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ("นโยบาย") จัดทำขึ้นโดย GOFX LIMITED ("บริษัท", "GOFX", "เรา") เพื่ออธิบายหลักการ วิธีการ และมาตรฐานที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ บันทึก จัดเก็บ เปิดเผย โอน ลบ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้สมัครเปิดบัญชี ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขาย ผู้ติดต่อบริษัท ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท (รวมเรียกว่า "ลูกค้า" หรือ "ท่าน")

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า และมุ่งมั่นดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยความโปร่งใส สุจริต และเหมาะสม ภายใต้หลักการที่ข้อมูลจะถูกใช้เท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินธุรกิจของบริษัท

นโยบายฉบับนี้อธิบายถึงประเภทของข้อมูลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม วิธีการที่บริษัทได้รับข้อมูล วัตถุประสงค์ของการประมวลผล การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก การโอนข้อมูลระหว่างประเทศ ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล รวมถึงมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่บริษัทนำมาใช้เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็นเพื่อให้บริการซื้อขายตราสารทางการเงิน การเปิดและบริหารบัญชีลูกค้า การยืนยันตัวตน การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CTF) การป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ตลอดจนวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

นโยบายฉบับนี้มีลักษณะเป็นเอกสารชี้แจงแนวปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เป็นการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือขยายสิทธิและหน้าที่ของลูกค้าหรือบริษัทที่กำหนดไว้ใน Client Agreement เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างชัดแจ้ง

1.2 วัตถุประสงค์ของนโยบาย

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่ออธิบายหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติของบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงประเภทของข้อมูลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม รวมถึงแหล่งที่มาของข้อมูลดังกล่าว
  • เพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลและฐานทางกฎหมายที่บริษัทอาศัยในการประมวลผลข้อมูล
  • เพื่ออธิบายกรณีที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัทในเครือ ผู้ให้บริการ คู่ค้าทางธุรกิจ หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่สามอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
  • เพื่ออธิบายมาตรการที่บริษัทใช้ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อแจ้งสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
  • เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเก็บรักษา การลบ และการทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็น
  • เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1.3 ความสัมพันธ์กับ Client Agreement และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบและถือเป็นส่วนหนึ่งของ Client Agreement ของ GOFX LIMITED และต้องอ่านและตีความร่วมกับเอกสาร นโยบาย และข้อกำหนดอื่นของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • Client Agreement
  • Order Execution Policy
  • Risk Disclosure Statement
  • AML / KYC Policy
  • Cookie Policy
  • Trading Conditions
  • Product Specifications
  • ประกาศ ข้อกำหนด หรือแนวปฏิบัติอื่นที่บริษัทเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ แพลตฟอร์มซื้อขาย หรือ Client Area

เอกสารดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการให้บริการของบริษัท และอาจมีการอ้างอิงถึงนโยบายฉบับนี้ตามความจำเป็น

ในกรณีที่ข้อความของนโยบายฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับ Client Agreement ให้ Client Agreement มีผลใช้บังคับเป็นหลัก เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

1.4 ขอบเขตการบังคับใช้

นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ

  • ผู้สมัครเปิดบัญชี
  • ลูกค้าปัจจุบัน
  • อดีตลูกค้า
  • ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล
  • ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner)
  • ผู้รับมอบอำนาจ
  • ผู้แนะนำลูกค้า (Introducing Broker) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
  • ผู้ใช้งาน Client Area
  • ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขาย
  • บุคคลที่ติดต่อบริษัทผ่านอีเมล โทรศัพท์ แบบฟอร์มออนไลน์ หรือช่องทางอื่นที่บริษัทกำหนด

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับไม่ว่าจากลูกค้าโดยตรง จากบุคคลที่สาม จากผู้ให้บริการภายนอก หรือจากการใช้บริการของบริษัท รวมถึงข้อมูลที่ได้จากระบบอัตโนมัติ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มซื้อขาย และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท

1.5 การยอมรับนโยบาย

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า การดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ถือเป็นการรับทราบและยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

  • การสมัครเปิดบัญชี
  • การส่งข้อมูลหรือเอกสารแก่บริษัท
  • การเข้าสู่ระบบ Client Area
  • การใช้เว็บไซต์ของบริษัท
  • การใช้แพลตฟอร์มซื้อขาย
  • การฝากหรือถอนเงิน
  • การใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของ GOFX LIMITED

การยอมรับนโยบายฉบับนี้ไม่ถือเป็นการสละสิทธิของลูกค้าตามกฎหมายที่ใช้บังคับ และไม่จำกัดสิทธิของบริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 2

คำจำกัดความและการตีความ

(Definitions and Interpretation)

2.1 บทนำ

เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น คำและวลีที่ใช้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ใน Client Agreement ของ GOFX LIMITED และให้ใช้ความหมายดังกล่าวตลอดทั้งนโยบายฉบับนี้ เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

คำจำกัดความในนโยบายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • กำหนดความหมายของคำที่ใช้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความชัดเจน
  • ลดความคลุมเครือในการตีความ
  • กำหนดขอบเขตสิทธิและหน้าที่ของบริษัทและลูกค้าเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • ใช้เป็นหลักในการตีความและบังคับใช้นโยบายฉบับนี้

คำที่กำหนดไว้ในรูปเอกพจน์ให้รวมถึงพหูพจน์ และคำในรูปพหูพจน์ให้รวมถึงเอกพจน์ตามความเหมาะสม เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

2.2 คำจำกัดความ

"บริษัท" หมายถึง GOFX LIMITED รวมถึงกรรมการ พนักงาน ผู้รับมอบอำนาจ บริษัทในเครือ ผู้ให้บริการ หรือบุคคลที่บริษัทแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

"ลูกค้า" หมายถึง บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ผู้สมัครเปิดบัญชี ผู้ถือบัญชี ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขาย ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจลงนาม ตัวแทน ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner) หรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทในการใช้บริการหรือการติดต่อกับบริษัท

"ข้อมูลส่วนบุคคล" (Personal Data) หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้โดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบเอกสาร ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รูปภาพ เสียง วิดีโอ หรือข้อมูลดิจิทัลอื่นใด รวมถึงข้อมูลที่เมื่อรวมกับข้อมูลอื่นแล้วสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้

"ข้อมูลอ่อนไหว" (Sensitive Personal Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลชีวมิติ ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง หรือข้อมูลประเภทอื่นตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

บริษัทจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นและมีฐานทางกฎหมายรองรับ

"การประมวลผล" (Processing) หมายถึง การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่อัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • การเก็บรวบรวม
  • การบันทึก
  • การจัดระเบียบ
  • การจัดเก็บ
  • การแก้ไข
  • การใช้
  • การวิเคราะห์
  • การเปิดเผย
  • การส่งต่อ
  • การโอน
  • การรวม
  • การจำกัดการใช้
  • การลบ
  • การทำลาย

"การเก็บรวบรวม" หมายถึง การได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกค้า บุคคลที่สาม หรือแหล่งข้อมูลอื่น ไม่ว่าจะได้รับโดยตรงหรือโดยอ้อม รวมถึงการได้รับข้อมูลผ่านเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน แบบฟอร์ม เอกสาร อีเมล โทรศัพท์ หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น

"บุคคลที่สาม" (Third Party) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มิใช่ลูกค้าและมิใช่บริษัท ซึ่งอาจได้รับ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายหรือสัญญาอนุญาต รวมถึงผู้ให้บริการ หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี ผู้ให้บริการตรวจสอบตัวตน และผู้ให้บริการระบบต่าง ๆ

"ผู้ให้บริการ" (Service Provider) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่บริษัทแต่งตั้งให้ดำเนินงานแทนหรือให้บริการแก่บริษัท ซึ่งอาจรวมถึงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ผู้ให้บริการ KYC ผู้ให้บริการตรวจสอบเอกสาร ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย และผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

"เว็บไซต์" หมายถึง เว็บไซต์ของ GOFX รวมถึงเว็บไซต์ โดเมน หรือบริการออนไลน์อื่นที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือควบคุม รวมถึงเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการให้บริการลูกค้าและการเปิดบัญชี

"Client Area" หมายถึง ระบบสมาชิก พื้นที่ลูกค้า หรือระบบออนไลน์ที่บริษัทจัดให้ลูกค้าใช้ในการเปิดบัญชี จัดการบัญชี ฝากถอนเงิน ส่งเอกสาร ติดต่อบริษัท หรือใช้บริการอื่นของบริษัท

"แพลตฟอร์มซื้อขาย" หมายถึง ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทจัดให้ลูกค้าใช้ในการซื้อขายตราสารทางการเงิน รวมถึง MetaTrader, WebTrader, Mobile Application หรือระบบอื่นที่บริษัทสนับสนุน

"คุกกี้" (Cookies) หมายถึง ไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กหรือเทคโนโลยีที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเพื่อจดจำการตั้งค่า วิเคราะห์การใช้งาน ปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และสนับสนุนการให้บริการของบริษัท

"AML / CTF" หมายถึง มาตรการและข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การคว่ำบาตรระหว่างประเทศ และมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายหรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

"KYC" หมายถึง กระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของลูกค้า รวมถึงการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร แหล่งที่มาของเงิน ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และข้อมูลอื่นที่บริษัทเห็นว่าจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

"กฎหมายที่ใช้บังคับ" หมายถึง กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง มาตรฐาน แนวปฏิบัติ หรือข้อกำหนดของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล หรือองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

2.3 หลักเกณฑ์การตีความ

เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

  • การอ้างอิงถึงกฎหมายหรือข้อบังคับใด ให้หมายรวมถึงกฎหมายหรือข้อบังคับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ทดแทน หรือประกาศใช้ใหม่ในอนาคต
  • หัวข้อของแต่ละหมวดมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น และไม่มีผลต่อการตีความนโยบายฉบับนี้
  • การใช้คำว่า "รวมถึง" "เช่น" หรือข้อความในลักษณะเดียวกัน มิให้ถือว่าเป็นการจำกัดความหมายเฉพาะรายการที่ยกตัวอย่างไว้
  • หากข้อความใดของนโยบายฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่ใช้บังคับ ให้ตีความและบังคับใช้เฉพาะเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายดังกล่าว
  • หากบทบัญญัติใดของนโยบายฉบับนี้เป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ หรือไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย บทบัญญัติอื่นยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่กฎหมายอนุญาต

2.4 ความสัมพันธ์กับคำจำกัดความใน Client Agreement

คำที่มิได้กำหนดความหมายไว้ในนโยบายฉบับนี้ ให้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ใน Client Agreement ของ GOFX LIMITED เว้นแต่บริบทของนโยบายฉบับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ในกรณีที่มีความแตกต่างระหว่างคำจำกัดความในนโยบายฉบับนี้กับ Client Agreement ให้ใช้คำจำกัดความในนโยบายฉบับนี้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และใช้คำจำกัดความใน Client Agreement สำหรับประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท

หมวดที่ 3

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

(Personal Data Collected by the Company)

3.1 หลักการทั่วไป

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการให้บริการ การดำเนินธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎหมาย และวัตถุประสงค์อื่นที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

การเก็บรวบรวมข้อมูลอาจเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือภายหลังการเปิดบัญชี ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการของบริษัท รวมถึงภายหลังจากการสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางธุรกิจในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีเหตุอันสมควรในการเก็บรักษาข้อมูลต่อไป

บริษัทจะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ และจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าที่จำเป็น เว้นแต่กฎหมายกำหนดหรือได้รับความยินยอมจากลูกค้าในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม

3.2 ข้อมูลระบุตัวตน

(Identity Information)

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการระบุตัวตนของลูกค้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • คำนำหน้าชื่อ
  • ชื่อ
  • ชื่อกลาง (หากมี)
  • นามสกุล
  • ชื่อเดิม (หากมี)
  • วัน เดือน ปีเกิด
  • อายุ
  • เพศ (หากเกี่ยวข้อง)
  • สัญชาติ
  • ประเทศที่พำนัก
  • ประเทศที่มีภาระภาษี
  • หมายเลขหนังสือเดินทาง
  • หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • หมายเลขบัตรประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ
  • หมายเลขใบอนุญาตพำนัก
  • เลขทะเบียนบริษัท (กรณีนิติบุคคล)
  • เลขทะเบียนภาษี (หากเกี่ยวข้อง)

บริษัทอาจขอเอกสารประกอบ เช่น

  • หนังสือเดินทาง
  • บัตรประชาชน
  • ใบขับขี่
  • ใบอนุญาตพำนัก
  • หนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • เอกสารยืนยันผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner)

3.3 ข้อมูลการติดต่อ

(Contact Information)

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลการติดต่อ เช่น

  • ที่อยู่ปัจจุบัน
  • ที่อยู่ตามทะเบียน
  • ที่อยู่สำหรับติดต่อ
  • ประเทศ
  • จังหวัด
  • เมือง
  • รหัสไปรษณีย์
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
  • อีเมล
  • บัญชีผู้ใช้ในระบบของบริษัท
  • ช่องทางติดต่ออื่นที่ลูกค้าแจ้งแก่บริษัท

ลูกค้ามีหน้าที่แจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้าหากข้อมูลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลง

3.4 ข้อมูลด้านการเงิน

(Financial Information)

เพื่อให้สามารถให้บริการได้ บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการเงินของลูกค้า เช่น

  • รายได้
  • แหล่งที่มาของรายได้
  • แหล่งที่มาของทรัพย์สิน
  • แหล่งที่มาของเงินลงทุน
  • มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ
  • ประสบการณ์การลงทุน
  • วัตถุประสงค์ในการลงทุน
  • ความสามารถในการรับความเสี่ยง
  • สถานะการจ้างงาน
  • อาชีพ
  • ชื่อนายจ้าง
  • ธุรกิจที่ประกอบ

ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อ

  • การประเมินความเหมาะสมในการให้บริการ
  • การตรวจสอบ AML/KYC
  • การบริหารความเสี่ยง
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

3.5 ข้อมูลบัญชีธนาคารและการชำระเงิน

(Payment Information)

บริษัทอาจเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน ได้แก่

  • ชื่อบัญชีธนาคาร
  • หมายเลขบัญชี
  • ธนาคาร
  • ประเทศของธนาคาร
  • Swift Code
  • IBAN (ถ้ามี)
  • รายละเอียดกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์
  • ข้อมูลกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ในการฝากหรือถอน
  • ประวัติการฝากเงิน
  • ประวัติการถอนเงิน
  • รายละเอียดธุรกรรม
  • ช่องทางการชำระเงิน

ทั้งนี้ บริษัทจะไม่จัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลการชำระเงินเกินกว่าที่จำเป็น หากการประมวลผลดังกล่าวดำเนินการโดยผู้ให้บริการชำระเงินภายนอก

3.6 ข้อมูลการซื้อขาย

(Trading Information)

บริษัทอาจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายของลูกค้า เช่น

  • หมายเลขบัญชีซื้อขาย
  • ประเภทบัญชี
  • ประเภทแพลตฟอร์ม
  • ประเภทคำสั่ง
  • เวลาที่ส่งคำสั่ง
  • เวลาดำเนินการคำสั่ง
  • ราคา
  • ปริมาณการซื้อขาย
  • Margin
  • Equity
  • Balance
  • Free Margin
  • Leverage
  • Commission
  • Swap
  • กำไรหรือขาดทุน
  • ประวัติคำสั่งซื้อขาย
  • ประวัติการเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์ม

ข้อมูลดังกล่าวอาจใช้เพื่อการดำเนินคำสั่ง การบริหารความเสี่ยง การป้องกันการฉ้อโกง การตรวจสอบธุรกรรม และการปฏิบัติตาม Order Execution Policy

3.7 ข้อมูลทางเทคนิค

(Technical Information)

เมื่อท่านใช้เว็บไซต์หรือแพลตฟอร์ม บริษัทอาจเก็บข้อมูลทางเทคนิค เช่น

  • IP Address
  • MAC Address (เมื่อเกี่ยวข้อง)
  • Device ID
  • Browser Type
  • Operating System
  • Language Settings
  • Device Model
  • Session ID
  • Cookies
  • Log Files
  • Crash Reports
  • Time Zone
  • Referrer URL
  • Network Information

ข้อมูลดังกล่าวใช้เพื่อ

  • รักษาความปลอดภัยของระบบ
  • ตรวจจับการใช้งานผิดปกติ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  • วิเคราะห์การใช้งาน
  • ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

3.8 ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

(Location Information)

บริษัทอาจเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้าจาก

  • IP Address
  • GPS (หากลูกค้าอนุญาต)
  • ข้อมูลเครือข่าย
  • ประเทศที่เชื่อมต่อ
  • Time Zone

ข้อมูลดังกล่าวอาจใช้เพื่อ

  • ตรวจสอบข้อจำกัดด้านเขตอำนาจศาล
  • ป้องกันการฉ้อโกง
  • ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร
  • ป้องกันการเข้าถึงจากประเทศที่บริษัทไม่ให้บริการ

3.9 ข้อมูลจากการสื่อสาร

(Communication Information)

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลจากการติดต่อระหว่างลูกค้ากับบริษัท เช่น

  • อีเมล
  • Live Chat
  • Ticket Support
  • โทรศัพท์
  • การประชุมออนไลน์
  • แบบฟอร์มติดต่อ
  • การร้องเรียน
  • การสอบถามข้อมูล
  • การสนทนาผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด

บริษัทอาจบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ การประชุมออนไลน์ หรือการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน การควบคุมคุณภาพ การฝึกอบรม การระงับข้อพิพาท การตรวจสอบภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับและนโยบายของบริษัท

3.10 ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม

บริษัทอาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าจากบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น

  • ผู้ให้บริการตรวจสอบตัวตน (KYC Providers)
  • ผู้ให้บริการคัดกรองรายชื่อคว่ำบาตร
  • ผู้ให้บริการตรวจสอบการป้องกันการฟอกเงิน
  • สถาบันการเงิน
  • ผู้ให้บริการชำระเงิน
  • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี
  • หน่วยงานกำกับดูแล
  • หน่วยงานของรัฐ
  • บริษัทในเครือ
  • Introducing Broker หรือพันธมิตรทางธุรกิจ (ในส่วนที่เกี่ยวข้อง)

บริษัทจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเฉพาะเท่าที่จำเป็น และภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

3.11 ข้อมูลที่บริษัทไม่ประสงค์จะเก็บรวบรวม

บริษัทไม่มีนโยบายขอให้ลูกค้าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นต่อการให้บริการ และขอความร่วมมือไม่ให้ลูกค้าส่งข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีหรือการใช้บริการ เช่น ข้อมูลทางการแพทย์ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือข้อมูลอ่อนไหวอื่น เว้นแต่กฎหมายกำหนดหรือมีความจำเป็นตามกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 4

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

(Methods of Collecting Personal Data)

4.1 หลักการทั่วไป

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจากหลายแหล่งและหลายช่องทาง ทั้งโดยตรงจากลูกค้า จากการใช้บริการของบริษัท จากบุคคลที่สาม หรือจากแหล่งข้อมูลที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง การรักษาความปลอดภัยของระบบ และวัตถุประสงค์อื่นที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส โดยหลีกเลี่ยงการเก็บรวบรวมข้อมูลเกินกว่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล

4.2 ข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้าโดยตรง

(Information Provided Directly by the Customer)

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากลูกค้าเมื่อมีการดำเนินการ เช่น

  • สมัครเปิดบัญชีซื้อขาย
  • กรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์
  • ลงทะเบียนผ่าน Client Area
  • ส่งเอกสารยืนยันตัวตน
  • ส่งเอกสารยืนยันที่อยู่
  • ส่งข้อมูลทางการเงิน
  • กรอกแบบประเมินความเหมาะสม (หากมี)
  • ฝากหรือถอนเงิน
  • ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
  • ส่งคำร้องเรียน
  • ส่งคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
  • เข้าร่วมกิจกรรม สัมมนา หรือกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท

ลูกค้ารับรองว่าข้อมูลที่ส่งให้บริษัทเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน และจะแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้าหากข้อมูลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลง

4.3 ข้อมูลที่ได้จากการใช้เว็บไซต์

(Information Collected Through the Website)

เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท ระบบอาจเก็บรวบรวมข้อมูลบางประเภทโดยอัตโนมัติ เช่น

  • IP Address
  • Browser Type
  • Operating System
  • ภาษา
  • วันที่และเวลาที่เข้าใช้งาน
  • หน้าเว็บที่เข้าชม
  • ระยะเวลาการใช้งาน
  • Referrer URL
  • Clickstream Data
  • Device Information
  • Session Information

ข้อมูลดังกล่าวใช้เพื่อ

  • ให้เว็บไซต์ทำงานอย่างถูกต้อง
  • เพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  • วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน
  • ป้องกันการใช้งานที่ผิดปกติ
  • ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
  • ปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

4.4 ข้อมูลที่ได้จากแพลตฟอร์มซื้อขาย

(Information Collected Through the Trading Platform)

เมื่อท่านใช้แพลตฟอร์มซื้อขายของบริษัท ระบบอาจสร้างและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน เช่น

  • เวลาเข้าสู่ระบบ
  • เวลาออกจากระบบ
  • IP Address
  • Device ID
  • Server Connection
  • Trading Logs
  • Order Logs
  • Execution Logs
  • Error Logs
  • ประวัติการส่งคำสั่ง
  • ประวัติการแก้ไขคำสั่ง
  • ประวัติการยกเลิกคำสั่ง
  • ประวัติการปิดสถานะ
  • ประวัติการใช้ Expert Advisor
  • ประวัติการเชื่อมต่อ API (หากรองรับ)

ข้อมูลดังกล่าวใช้เพื่อ

  • ดำเนินการคำสั่งซื้อขาย
  • ตรวจสอบข้อพิพาท
  • วิเคราะห์ปัญหาทางเทคนิค
  • ตรวจจับการใช้งานที่ผิดปกติ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ

4.5 ข้อมูลจากการติดต่อสื่อสาร

(Communications)

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลจากการติดต่อระหว่างลูกค้ากับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น

  • อีเมล
  • โทรศัพท์
  • Live Chat
  • Ticket Support
  • Social Media ที่บริษัทกำหนด
  • Video Conference
  • แบบฟอร์มออนไลน์
  • จดหมาย
  • การพบปะกับพนักงานของบริษัท

เพื่อประโยชน์ในการรักษาคุณภาพการให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมาย การตรวจสอบภายใน การป้องกันการฉ้อโกง และการระงับข้อพิพาท บริษัทอาจบันทึกการสนทนา การประชุม หรือการสื่อสารดังกล่าวตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

4.6 ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม

(Information Received from Third Parties)

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น

  • ผู้ให้บริการตรวจสอบตัวตน (KYC Providers)
  • ผู้ให้บริการตรวจสอบเอกสาร
  • ผู้ให้บริการคัดกรองรายชื่อคว่ำบาตร (Sanctions Screening Providers)
  • ผู้ให้บริการตรวจสอบ AML
  • ผู้ให้บริการด้านการป้องกันการฉ้อโกง
  • ผู้ให้บริการชำระเงิน
  • ธนาคาร
  • สถาบันการเงิน
  • บริษัทในเครือ
  • Introducing Broker หรือ Business Partner
  • หน่วยงานกำกับดูแล
  • หน่วยงานของรัฐ
  • ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเฉพาะในขอบเขตที่จำเป็นต่อการให้บริการหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

4.7 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ

(Automatically Collected Information)

บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น

  • Cookies
  • Web Beacons
  • Pixels
  • SDKs
  • Device Fingerprinting
  • Local Storage
  • Session Cookies
  • Analytics Tools

ข้อมูลดังกล่าวอาจใช้เพื่อ

  • จดจำการเข้าสู่ระบบ
  • จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน
  • วิเคราะห์สถิติการใช้งานเว็บไซต์
  • ตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  • สนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของระบบ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอยู่ใน Cookie Policy ของบริษัท

4.8 การตรวจสอบตัวตนและการยืนยันข้อมูล

(Verification of Information)

บริษัทอาจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ลูกค้าให้ไว้ โดยเปรียบเทียบกับ

  • เอกสารที่ลูกค้าส่ง
  • ฐานข้อมูลสาธารณะ
  • ฐานข้อมูลของผู้ให้บริการ KYC
  • ฐานข้อมูลของผู้ให้บริการ AML
  • ฐานข้อมูลคว่ำบาตร
  • ฐานข้อมูลบุคคลที่มีความเสี่ยงทางการเมือง (PEP)
  • แหล่งข้อมูลอื่นที่เชื่อถือได้และกฎหมายอนุญาตให้ใช้

บริษัทอาจขอเอกสารเพิ่มเติม หากเห็นว่าข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ไม่ชัดเจน หรือจำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

4.9 การปรับปรุงข้อมูล

ลูกค้ามีหน้าที่แจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้าหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น

  • ชื่อ
  • ที่อยู่
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • อีเมล
  • หนังสือเดินทาง
  • สถานะภาษี
  • ประเทศที่พำนัก
  • ผู้มีอำนาจลงนาม
  • ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
  • ข้อมูลทางการเงินที่มีสาระสำคัญ

บริษัทอาจร้องขอเอกสารเพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อนดำเนินการปรับปรุงข้อมูลในระบบ

4.10 ความถูกต้องของข้อมูล

ลูกค้ารับรองว่าข้อมูล เอกสาร และรายละเอียดทั้งหมดที่ส่งให้บริษัทเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

หากบริษัทพบว่าข้อมูลที่ลูกค้าให้ไว้เป็นเท็จ ไม่ครบถ้วน หรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมาย การกำกับดูแล หรือการป้องกันการฟอกเงิน บริษัทอาจดำเนินการตามที่กำหนดไว้ใน Client Agreement รวมถึงการระงับการให้บริการ การขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือการปฏิเสธการดำเนินธุรกรรมตามความเหมาะสม

หมวดที่ 5

วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(Purposes and Legal Basis for Processing Personal Data)

5.1 หลักการทั่วไป

บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเฉพาะเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ การให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง การป้องกันการฉ้อโกง และวัตถุประสงค์อื่นที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้

บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับจะอนุญาต หรือมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายรองรับการประมวลผลดังกล่าว

5.2 การดำเนินการก่อนการทำสัญญาและการให้บริการ

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการก่อนการทำสัญญา และเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า เช่น

  • การรับคำขอเปิดบัญชี
  • การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น
  • การประเมินคุณสมบัติของผู้สมัคร
  • การสร้างบัญชีลูกค้า
  • การเปิดบัญชีซื้อขาย
  • การสร้างบัญชีใน Client Area
  • การกำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ
  • การจัดเตรียมบริการต่าง ๆ ของบริษัท

การประมวลผลข้อมูลตามข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างลูกค้ากับบริษัท

5.3 การปฏิบัติตาม Client Agreement

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการตาม Client Agreement และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • การดำเนินคำสั่งซื้อขาย
  • การจัดการบัญชีซื้อขาย
  • การฝากและถอนเงิน
  • การคำนวณค่าธรรมเนียม
  • การชำระเงิน
  • การตรวจสอบธุรกรรม
  • การจัดการสถานะบัญชี
  • การให้บริการผ่านแพลตฟอร์มซื้อขาย
  • การดำเนินการตามคำขอของลูกค้า

ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการตามข้อตกลงระหว่างลูกค้ากับบริษัท

5.4 การยืนยันตัวตน (KYC)

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อ

  • ยืนยันตัวตนของลูกค้า
  • ตรวจสอบเอกสาร
  • ตรวจสอบอายุ
  • ตรวจสอบที่อยู่
  • ตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย
  • ตรวจสอบตัวแทนของนิติบุคคล
  • ตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner)
  • ตรวจสอบผู้มีอำนาจลงนาม

บริษัทอาจขอเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่เห็นว่าข้อมูลเดิมไม่เพียงพอหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล

5.5 การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้าน AML / CTF

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับ

  • การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML)
  • การป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (CTF)
  • การตรวจสอบรายชื่อคว่ำบาตร (Sanctions Screening)
  • การตรวจสอบบุคคลที่มีความเสี่ยงทางการเมือง (PEPs)
  • การรายงานธุรกรรมที่กฎหมายกำหนด
  • การจัดเก็บข้อมูลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ

ในกรณีที่กฎหมายกำหนด บริษัทอาจระงับหรือปฏิเสธการให้บริการ รวมถึงระงับการดำเนินธุรกรรม จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

5.6 การบริหารความเสี่ยง

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ

  • ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า
  • ตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ
  • ป้องกันการฉ้อโกง
  • ป้องกันการใช้บัญชีโดยมิชอบ
  • ป้องกันการฟอกเงิน
  • ตรวจสอบความผิดปกติของระบบ
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
  • บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • ปกป้องทรัพย์สินและระบบของบริษัท

5.7 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อ

  • ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
  • ป้องกันการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
  • ตรวจสอบ Log Files
  • วิเคราะห์เหตุการณ์ผิดปกติ
  • ตรวจสอบการเข้าสู่ระบบ
  • ป้องกัน Malware และการโจมตีรูปแบบอื่น
  • ฟื้นฟูระบบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

5.8 การให้บริการลูกค้า

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ

  • ตอบคำถามของลูกค้า
  • ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค
  • ดำเนินการตามคำร้องเรียน
  • ติดตามปัญหาการใช้งาน
  • แจ้งผลการดำเนินงาน
  • แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี
  • แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรม
  • แจ้งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการ

5.9 การสื่อสารกับลูกค้า

บริษัทอาจใช้ข้อมูลการติดต่อของลูกค้าเพื่อ

  • ส่งอีเมลแจ้งเตือน
  • แจ้งข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
  • แจ้งเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีผลต่อการใช้บริการ
  • ส่งข้อมูลด้านความปลอดภัย
  • แจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติ
  • แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชี
  • ติดต่อเพื่อยืนยันตัวตน
  • ติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

บริษัทจะพยายามจำกัดการสื่อสารให้เกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เว้นแต่ลูกค้าจะเลือกสมัครรับข่าวสารหรือการสื่อสารทางการตลาดเพิ่มเติม

5.10 การวิเคราะห์และการปรับปรุงบริการ

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อ

  • วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์
  • วิเคราะห์การใช้งานแพลตฟอร์ม
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ
  • พัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
  • วิเคราะห์ข้อผิดพลาดของระบบ
  • ทดสอบระบบใหม่
  • วางแผนการพัฒนาบริการในอนาคต

ในการดำเนินการดังกล่าว บริษัทอาจใช้ข้อมูลในรูปแบบที่ลดความสามารถในการระบุตัวบุคคล หรือข้อมูลที่ผ่านการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์

5.11 การปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ

บริษัทอาจประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อจำเป็นเพื่อปฏิบัติตาม

  • กฎหมาย
  • คำสั่งศาล
  • หมายค้น
  • หมายเรียก
  • คำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล
  • คำสั่งของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ
  • ข้อกำหนดตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ใช้บังคับกับบริษัท

การเปิดเผยข้อมูลจะกระทำเท่าที่จำเป็นและภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

5.12 การใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด

บริษัทอาจใช้ข้อมูลการติดต่อของลูกค้าเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ โปรโมชั่น หรือกิจกรรมของบริษัท ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากลูกค้าก่อนส่งการสื่อสารดังกล่าว

ลูกค้าสามารถเลือกไม่รับการสื่อสารทางการตลาดได้ตลอดเวลา โดยการใช้ช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ การยกเลิกดังกล่าวจะไม่มีผลต่อการสื่อสารที่จำเป็นเกี่ยวกับการให้บริการ ความปลอดภัยของบัญชี หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

5.13 การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์

หากบริษัทประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ บริษัทจะประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ดังกล่าวกับวัตถุประสงค์เดิม และจะดำเนินการตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจรวมถึงการแจ้งลูกค้าหรือการขอความยินยอมเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น

หมวดที่ 6

การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(Use and Disclosure of Personal Data)

6.1 หลักการทั่วไป

บริษัทจะใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ใน Client Agreement หรือในเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

บริษัทจะไม่ขาย ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยมิชอบ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะมีฐานทางกฎหมายหรือเหตุอันสมควรตามนโยบายฉบับนี้

6.2 การใช้ข้อมูลภายในบริษัท

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กรเพื่อวัตถุประสงค์ เช่น

  • การบริหารบัญชีลูกค้า
  • การดำเนินคำสั่งซื้อขาย
  • การตรวจสอบและยืนยันตัวตน
  • การตรวจสอบธุรกรรม
  • การบริหารความเสี่ยง
  • การป้องกันการฉ้อโกง
  • การควบคุมภายใน
  • การตรวจสอบภายใน
  • การรักษาความปลอดภัยของระบบ
  • การให้บริการลูกค้า
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
  • การบริหารจัดการข้อร้องเรียน
  • การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายในบริษัทจะจำกัดเฉพาะบุคลากรที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ และอยู่ภายใต้หลักการ Need-to-Know และ Least Privilege เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปเท่าที่จำเป็น

6.3 การเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัทในเครือ

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือหรือบริษัทภายใต้การควบคุมเดียวกัน เมื่อจำเป็นเพื่อ

  • การบริหารงานภายในกลุ่มบริษัท
  • การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี
  • การให้บริการลูกค้า
  • การบริหารความเสี่ยง
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การตรวจสอบภายใน
  • การตรวจสอบบัญชี
  • การป้องกันการฟอกเงินและการฉ้อโกง

ทั้งนี้ บริษัทจะกำหนดให้ผู้รับข้อมูลใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดและมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม

6.4 การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการ

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินงานแทนบริษัท เช่น

  • ผู้ให้บริการระบบซื้อขาย
  • ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี
  • ผู้ให้บริการคลาวด์
  • ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center)
  • ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์
  • ผู้ให้บริการยืนยันตัวตน (KYC Providers)
  • ผู้ให้บริการตรวจสอบ AML และการคว่ำบาตร
  • ผู้ให้บริการชำระเงิน
  • ธนาคารและสถาบันการเงิน
  • ผู้สอบบัญชี
  • ที่ปรึกษากฎหมาย
  • ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร
  • ผู้ให้บริการจัดเก็บเอกสาร
  • ผู้ให้บริการสนับสนุนด้านเทคนิค

บริษัทจะดำเนินการคัดเลือกผู้ให้บริการอย่างเหมาะสม และกำหนดให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เหมาะสม

6.5 การเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานของรัฐ

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเมื่อได้รับคำสั่งหรือคำร้องขอที่ชอบด้วยกฎหมายจากหน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น

  • หน่วยงานกำกับดูแลด้านบริการทางการเงิน
  • ศาล
  • หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
  • หน่วยงานด้านภาษี
  • หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
  • หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย

บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นและภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

6.6 การเปิดเผยข้อมูลเพื่อการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน

บริษัทอาจใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ

  • ตรวจจับธุรกรรมที่น่าสงสัย
  • ป้องกันการฟอกเงิน
  • ป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
  • ป้องกันการฉ้อโกง
  • ป้องกันการใช้บัญชีโดยมิชอบ
  • ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
  • ป้องกันการใช้เอกสารปลอม
  • สนับสนุนการสืบสวนหรือการตรวจสอบที่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

6.7 การเปิดเผยข้อมูลในกรณีการปรับโครงสร้างธุรกิจ

ในกรณีที่บริษัทมีการควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ การโอนกิจการ การขายทรัพย์สิน การปรับโครงสร้างองค์กร หรือธุรกรรมทางธุรกิจในลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่คู่สัญญาหรือผู้เกี่ยวข้อง ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้รับข้อมูลรักษาความลับและใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

หากธุรกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ลูกค้าทราบตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

6.8 การเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความยินยอม

ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนการเปิดเผยข้อมูล บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมก่อนการเปิดเผยดังกล่าว

ลูกค้าสามารถเพิกถอนความยินยอมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ การเพิกถอนจะไม่มีผลย้อนหลังต่อการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการโดยชอบแล้วก่อนวันที่บริษัทได้รับคำขอเพิกถอน

6.9 ข้อมูลที่ผ่านการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

บริษัทอาจใช้ข้อมูลที่ผ่านการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคล (Anonymized Data) หรือข้อมูลที่จัดทำในรูปแบบสถิติหรือข้อมูลรวม (Aggregated Data) เพื่อการวิเคราะห์ การวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางแผนธุรกิจ หรือการรายงาน โดยข้อมูลดังกล่าวจะไม่สามารถใช้ระบุตัวตนของลูกค้าได้โดยตรง

6.10 การรักษาความลับของข้อมูล

บริษัทกำหนดให้กรรมการ พนักงาน ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ให้บริการ และบุคคลอื่นที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ และห้ามใช้ เปิดเผย หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือจากบริษัท

บริษัทอาจกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น การลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับ (Confidentiality Agreement หรือ Non-Disclosure Agreement) การอบรมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อส่งเสริมการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

6.11 ข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูล

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่

  • มีความจำเป็นเพื่อการให้บริการ
  • มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ได้รับความยินยอมจากลูกค้าในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • เป็นการปกป้องสิทธิ ผลประโยชน์ หรือความปลอดภัยของบริษัท ลูกค้า หรือบุคคลอื่นตามที่กฎหมายอนุญาต

การเปิดเผยข้อมูลทุกกรณีจะดำเนินการภายใต้หลักการ Data Minimization โดยเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์นั้น และเท่าที่กฎหมายหรือสัญญาที่เกี่ยวข้องอนุญาต

หมวดที่ 7

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ

(International Transfer of Personal Data)

7.1 หลักการทั่วไป

เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจในระดับสากล และให้บริการแก่ลูกค้าในหลายประเทศ ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอาจถูกเก็บรักษา ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยในประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่แตกต่างจากประเทศที่ลูกค้าพำนักหรือประเทศที่ลูกค้าส่งข้อมูลมายังบริษัท

การโอนข้อมูลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติตามกฎหมาย และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ

บริษัทจะดำเนินการโอนข้อมูลเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ

7.2 วัตถุประสงค์ของการโอนข้อมูลระหว่างประเทศ

บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ เช่น

  • การให้บริการผ่านแพลตฟอร์มซื้อขาย
  • การบริหารบัญชีลูกค้า
  • การยืนยันตัวตน (KYC)
  • การตรวจสอบ AML / CTF
  • การบริหารความเสี่ยง
  • การประมวลผลการฝากและถอนเงิน
  • การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • การจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์
  • การสำรองข้อมูล (Backup)
  • การสนับสนุนด้านเทคนิค
  • การตรวจสอบภายใน
  • การตรวจสอบบัญชี
  • การปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ

7.3 ผู้รับข้อมูลในต่างประเทศ

ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกโอนหรือเปิดเผยให้แก่ผู้รับข้อมูลที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจรวมถึง

  • บริษัทในเครือ
  • ผู้ให้บริการระบบซื้อขาย
  • ผู้ให้บริการคลาวด์
  • ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล
  • ผู้ให้บริการตรวจสอบตัวตน
  • ผู้ให้บริการตรวจสอบ AML
  • ผู้ให้บริการชำระเงิน
  • ธนาคาร
  • ผู้สอบบัญชี
  • ที่ปรึกษากฎหมาย
  • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี
  • ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์
  • หน่วยงานกำกับดูแล
  • หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย

บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการให้บริการหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

7.4 มาตรการคุ้มครองข้อมูลที่โอน

เมื่อมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการตามสมควรเพื่อให้ผู้รับข้อมูลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึง

  • ข้อกำหนดด้านการรักษาความลับในสัญญา
  • มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
  • การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
  • การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งข้อมูลเมื่อเหมาะสม
  • การประเมินผู้ให้บริการก่อนเริ่มใช้บริการ
  • การติดตามและประเมินผู้ให้บริการเป็นระยะตามความเหมาะสม

บริษัทอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้รับข้อมูลปฏิบัติตาม เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนดและกฎหมายที่ใช้บังคับ

7.5 การใช้บริการผู้ให้บริการระบบคลาวด์

บริษัทอาจใช้บริการของผู้ให้บริการระบบคลาวด์หรือศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ การจัดเก็บข้อมูล การสำรองข้อมูล การให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขาย และการรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ผู้ให้บริการดังกล่าวอาจมีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ในหลายประเทศ และอาจมีการประมวลผลข้อมูลในประเทศที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการคัดเลือกผู้ให้บริการโดยพิจารณาถึงมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

7.6 การปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศผู้รับข้อมูล

ลูกค้ารับทราบว่า เมื่อมีการโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ ข้อมูลส่วนบุคคลอาจอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศปลายทาง ซึ่งอาจมีมาตรฐานหรือข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลแตกต่างจากประเทศที่ลูกค้าพำนัก

บริษัทจะใช้ความพยายามตามสมควรในการเลือกผู้รับข้อมูลที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม และจะดำเนินการโอนข้อมูลตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

7.7 การเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานต่างประเทศ

ในกรณีที่บริษัทได้รับคำสั่งหรือคำร้องขอจากศาล หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

ก่อนการเปิดเผยข้อมูล บริษัทอาจพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำร้องขอดังกล่าว และดำเนินการเท่าที่กฎหมายอนุญาตเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของลูกค้า

7.8 การโอนข้อมูลภายในกลุ่มบริษัท

หากบริษัทมีการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลภายในกลุ่มบริษัท การโอนข้อมูลดังกล่าวจะดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล การตรวจสอบภายใน การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการให้บริการลูกค้า

บริษัทจะกำหนดให้บริษัทในกลุ่มที่ได้รับข้อมูลใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับ และใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

7.9 การเปลี่ยนแปลงสถานที่ประมวลผลข้อมูล

บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงประเทศหรือสถานที่ที่ใช้ในการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัย ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ลดระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดให้แก่ลูกค้า และจะดำเนินการตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

7.10 ความรับผิดชอบของลูกค้า

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า การใช้บริการของบริษัทอาจเกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ลูกค้าควรตรวจสอบและทำความเข้าใจผลกระทบของการโอนข้อมูลดังกล่าวก่อนใช้บริการ และสามารถติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด

หมวดที่ 8

การเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

(Retention and Disposal of Personal Data)

8.1 หลักการทั่วไป

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ การปฏิบัติตาม Client Agreement การให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการปกป้องสิทธิหรือผลประโยชน์โดยชอบของบริษัท

เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็นหรือเมื่อไม่มีเหตุอันสมควรในการเก็บรักษาข้อมูลต่อไป บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ตามวิธีการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ

8.2 หลักเกณฑ์ในการกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา

บริษัทอาจพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ในการกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล เช่น

  • วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล
  • ระยะเวลาการใช้บริการของลูกค้า
  • อายุของบัญชีลูกค้า
  • ความจำเป็นในการปฏิบัติตาม Client Agreement
  • ข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับ
  • ระยะเวลาที่ต้องเก็บรักษาเอกสารทางบัญชีหรือภาษี
  • ข้อกำหนดด้าน AML / KYC
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
  • ความจำเป็นในการระงับข้อพิพาทหรือดำเนินคดี
  • การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลบางประเภทไว้นานกว่าข้อมูลประเภทอื่น หากมีเหตุผลอันสมควรตามปัจจัยดังกล่าว

8.3 การเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น

  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูล KYC
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลทางการเงิน
  • ข้อมูลบัญชีซื้อขาย
  • ประวัติการซื้อขาย
  • ประวัติการฝากและถอนเงิน
  • ประวัติการเข้าสู่ระบบ
  • ประวัติการติดต่อกับบริษัท
  • เอกสารประกอบการเปิดบัญชี

ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงตามความเหมาะสมเมื่อมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงจากลูกค้า หรือเมื่อบริษัทได้รับข้อมูลใหม่ที่เกี่ยวข้อง

8.4 การเก็บรักษาข้อมูลภายหลังการปิดบัญชี

แม้ว่าลูกค้าจะปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทแล้ว บริษัทอาจยังคงเก็บรักษาข้อมูลบางประเภทไว้ หากมีความจำเป็น เช่น

  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
  • เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
  • เพื่อการตรวจสอบภายใน
  • เพื่อการตรวจสอบบัญชี
  • เพื่อการป้องกันการฟอกเงิน
  • เพื่อป้องกันการฉ้อโกง
  • เพื่อปกป้องสิทธิของบริษัท
  • เพื่อการดำเนินคดีหรือการระงับข้อพิพาท
  • เพื่อการตอบข้อซักถามจากหน่วยงานที่มีอำนาจ

8.5 การจัดเก็บบันทึกธุรกรรม

บริษัทอาจเก็บรักษาบันทึกที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของลูกค้า เช่น

  • คำสั่งซื้อขาย
  • บันทึกการดำเนินคำสั่ง
  • Log Files
  • การยืนยันรายการ
  • การฝากเงิน
  • การถอนเงิน
  • การเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชี
  • การเปลี่ยนรหัสผ่าน
  • ประวัติการเข้าสู่ระบบ
  • บันทึกการติดต่อกับฝ่ายบริการลูกค้า

บันทึกดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อการตรวจสอบ การระงับข้อพิพาท การตรวจสอบภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมาย

8.6 การสำรองข้อมูล

บริษัทอาจจัดทำสำเนาสำรอง (Backup) ของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจ การกู้คืนระบบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ข้อมูลที่อยู่ในระบบสำรองจะได้รับการคุ้มครองด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยในระดับที่เหมาะสม และจะถูกลบหรือเขียนทับตามรอบการจัดการข้อมูลสำรองของบริษัทเมื่อไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาอีกต่อไป

8.7 การลบและการทำลายข้อมูล

เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา บริษัทจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสม ดังนี้

  • ลบข้อมูลออกจากระบบ
  • ทำลายเอกสารในรูปแบบกระดาษ
  • ทำลายสื่อบันทึกข้อมูล
  • ทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization)
  • ดำเนินการอื่นที่มีผลทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ระบุตัวบุคคลได้

บริษัทจะใช้วิธีการที่เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลและระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

8.8 การระงับการลบข้อมูล

แม้ว่าลูกค้าจะร้องขอให้ลบข้อมูล บริษัทอาจยังไม่สามารถดำเนินการลบข้อมูลทั้งหมดได้ หากมีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมาย เช่น

  • อยู่ระหว่างการตรวจสอบ AML / CTF
  • อยู่ระหว่างการสอบสวนของหน่วยงานที่มีอำนาจ
  • อยู่ระหว่างข้อพิพาทหรือการดำเนินคดี
  • จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลตามกฎหมาย
  • จำเป็นเพื่อการใช้หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องของบริษัท

ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะจำกัดการใช้ข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็น และจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อเหตุแห่งการเก็บรักษาสิ้นสุดลง

8.9 การตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย

บริษัทอาจดำเนินการตรวจสอบภายในเป็นระยะ เพื่อประเมินว่าการเก็บรักษา การลบ และการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามนโยบายฉบับนี้ กฎหมายที่ใช้บังคับ และมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของบริษัท

ผลการตรวจสอบอาจนำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

8.10 การทบทวนระยะเวลาการเก็บรักษา

บริษัทจะทบทวนความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะ และอาจปรับปรุงระยะเวลาการเก็บรักษาให้เหมาะสมกับ

  • การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
  • การเปลี่ยนแปลงของบริการหรือผลิตภัณฑ์
  • ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
  • แนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลที่ได้รับการยอมรับ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้หลักการความจำเป็น ความได้สัดส่วน และความโปร่งใส

หมวดที่ 9

คุกกี้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

(Cookies and Similar Technologies)

9.1 หลักการทั่วไป

บริษัทใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันเพื่อสนับสนุนการทำงานของเว็บไซต์ ระบบสมาชิก (Client Area) แพลตฟอร์มออนไลน์ และบริการดิจิทัลอื่นของบริษัท

คุกกี้ช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน เพิ่มความปลอดภัย วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ และพัฒนาคุณภาพของบริการ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของคุกกี้ วัตถุประสงค์ ระยะเวลาการจัดเก็บ และวิธีการจัดการคุกกี้ สามารถศึกษาได้จาก Cookie Policy ของบริษัท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการใช้บริการ

9.2 คุกกี้คืออะไร

คุกกี้ (Cookies) คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์จัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต เมื่อผู้ใช้งานเข้าชมเว็บไซต์

นอกจากคุกกี้ บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีอื่นที่มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน เช่น

  • Web Beacons
  • Pixels
  • Local Storage
  • Session Storage
  • Software Development Kits (SDKs)
  • Device Identifiers
  • Log Files

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการและวิเคราะห์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.3 วัตถุประสงค์ของการใช้คุกกี้

บริษัทอาจใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  • สนับสนุนการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
  • ยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน
  • รักษาสถานะการเข้าสู่ระบบ
  • จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน
  • ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน
  • วิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  • ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบ
  • ป้องกันการใช้งานโดยมิชอบ
  • ตรวจจับกิจกรรมที่อาจเป็นการฉ้อโกง
  • ปรับปรุงความปลอดภัยของเว็บไซต์และบริการ

9.4 ประเภทของคุกกี้ที่บริษัทอาจใช้

บริษัทอาจใช้คุกกี้หลายประเภทตามความจำเป็น เช่น

(ก) คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

(Strictly Necessary Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์และบริการออนไลน์ของบริษัท เช่น

  • การเข้าสู่ระบบ
  • การรักษาความปลอดภัย
  • การยืนยันตัวตน
  • การจัดการ Session
  • การป้องกันการปลอมแปลงคำขอ (CSRF)

หากไม่มีคุกกี้ประเภทนี้ เว็บไซต์บางส่วนอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง

(ข) คุกกี้เพื่อประสิทธิภาพ

(Performance Cookies)

ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น

  • จำนวนผู้เข้าชม
  • หน้าที่ได้รับความนิยม
  • ระยะเวลาการใช้งาน
  • ความเร็วในการตอบสนองของเว็บไซต์
  • ข้อผิดพลาดของระบบ

ข้อมูลดังกล่าวมักใช้ในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลโดยตรง

(ค) คุกกี้เพื่อการทำงาน

(Functional Cookies)

ใช้เพื่อจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน เช่น

  • ภาษา
  • ประเทศ
  • เขตเวลา
  • การตั้งค่าหน้าจอ
  • การแสดงผลเว็บไซต์

การใช้คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมยิ่งขึ้นในการเข้าชมเว็บไซต์

(ง) คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

บริษัทอาจใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์และบริการ เช่น การวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน จำนวนผู้เข้าชม และแนวโน้มการใช้งาน ทั้งนี้ เครื่องมือดังกล่าวอาจดำเนินการโดยบริษัทหรือผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับแต่งตั้ง

บริษัทจะกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้การใช้ข้อมูลจากเครื่องมือวิเคราะห์เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับและนโยบายฉบับนี้

9.5 คุกกี้ของบุคคลที่สาม

เว็บไซต์ของบริษัทอาจมีบริการหรือองค์ประกอบที่จัดให้โดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย หรือผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร ซึ่งอาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันตามนโยบายของผู้ให้บริการรายนั้น

บริษัทไม่มีอำนาจควบคุมคุกกี้ที่จัดการโดยบุคคลที่สาม และลูกค้าควรศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายคุกกี้ของผู้ให้บริการดังกล่าวเพิ่มเติมเมื่อเหมาะสม

9.6 การจัดการคุกกี้

ผู้ใช้งานสามารถจัดการการใช้คุกกี้ผ่านการตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของตนเอง เช่น

  • การยอมรับคุกกี้
  • การปฏิเสธคุกกี้
  • การลบคุกกี้
  • การแจ้งเตือนก่อนจัดเก็บคุกกี้

อย่างไรก็ตาม การปิดใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจส่งผลให้เว็บไซต์หรือบริการบางส่วนของบริษัทไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง หรือประสิทธิภาพในการใช้งานลดลง

9.7 ความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้

ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนการจัดเก็บหรือเข้าถึงคุกกี้บางประเภท บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้งานผ่านกลไกที่เหมาะสม เช่น แบนเนอร์คุกกี้หรือศูนย์จัดการความยินยอม (Consent Management Platform)

ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ได้ภายหลัง ตามช่องทางที่บริษัทจัดให้ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่มีผลย้อนหลังต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบก่อนวันที่มีการเพิกถอน

9.8 การเปลี่ยนแปลงการใช้คุกกี้

บริษัทอาจเพิ่ม ลด หรือปรับเปลี่ยนประเภทของคุกกี้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตามการพัฒนาเว็บไซต์ การเปลี่ยนแปลงของบริการ หรือข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยบริษัทจะปรับปรุง Cookie Policy และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบันตามความเหมาะสม

9.9 ความสัมพันธ์กับ Cookie Policy

หมวดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายหลักการทั่วไปเกี่ยวกับการใช้คุกกี้เท่านั้น รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของคุกกี้ ผู้ให้บริการ ระยะเวลาการจัดเก็บ และวิธีการจัดการคุกกี้ ให้เป็นไปตาม Cookie Policy ซึ่งเป็นเอกสารเฉพาะที่บริษัทจัดทำขึ้น และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการใช้บริการของบริษัท

หมวดที่ 10

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(Rights of Data Subjects)

10.1 หลักการทั่วไป

บริษัทเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และมุ่งมั่นดำเนินการตามคำขอของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขของกฎหมายที่ใช้บังคับ

สิทธิต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในหมวดนี้อาจแตกต่างกันไปตามประเทศที่ลูกค้าพำนัก สัญชาติ หรือกฎหมายที่ใช้บังคับกับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับบริษัท

บริษัทจะพิจารณาคำขอแต่ละกรณีโดยคำนึงถึงกฎหมาย สิทธิของบุคคลอื่น ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ และภาระหน้าที่ของบริษัทในการเก็บรักษาข้อมูลตามกฎหมาย

10.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล

(Right of Access)

ลูกค้าอาจมีสิทธิขอรับการยืนยันจากบริษัทว่า บริษัทมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือไม่ และอาจขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ

  • ประเภทของข้อมูลที่บริษัทเก็บรักษา
  • วัตถุประสงค์ของการประมวลผล
  • ประเภทของผู้รับข้อมูล
  • ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล (หากสามารถระบุได้)
  • สิทธิที่ลูกค้าอาจมีเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว

บริษัทอาจปฏิเสธหรือจำกัดการเปิดเผยข้อมูลในกรณีที่กฎหมายอนุญาต เช่น เพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ หรือเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

10.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูล

(Right to Rectification)

หากลูกค้าเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรักษาไว้ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็นปัจจุบัน ลูกค้าอาจร้องขอให้บริษัทแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลดังกล่าว

บริษัทอาจขอเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลก่อนดำเนินการแก้ไข

10.4 สิทธิในการลบข้อมูล

(Right to Erasure)

ลูกค้าอาจร้องขอให้บริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดหรืออนุญาต

อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจไม่สามารถลบข้อมูลได้ในกรณีที่

  • ยังจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อการให้บริการ
  • จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
  • อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือการระงับข้อพิพาท
  • อยู่ระหว่างการตรวจสอบ AML / CTF
  • จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิหรือผลประโยชน์โดยชอบของบริษัท
  • จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ

ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจจำกัดการใช้ข้อมูลแทนการลบข้อมูล หากกฎหมายอนุญาต

10.5 สิทธิในการจำกัดการประมวลผล

(Right to Restrict Processing)

ในบางกรณี ลูกค้าอาจร้องขอให้บริษัทจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตน เช่น

  • ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  • ระหว่างการพิจารณาคำคัดค้าน
  • เมื่อข้อมูลยังจำเป็นต่อการดำเนินคดี
  • เมื่อกฎหมายกำหนดให้สามารถจำกัดการประมวลผลได้

ในช่วงเวลาที่มีการจำกัดการประมวลผล บริษัทอาจยังคงเก็บรักษาข้อมูลไว้ แต่จะประมวลผลเฉพาะเท่าที่กฎหมายอนุญาตหรือเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง

10.6 สิทธิในการคัดค้าน

(Right to Object)

ลูกค้าอาจมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อการประมวลผลนั้นอาศัยผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทเป็นฐาน

เมื่อได้รับคำคัดค้าน บริษัทจะพิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรที่มีน้ำหนักมากกว่าสิทธิและเสรีภาพของลูกค้าหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าการประมวลผลยังมีความจำเป็นต่อการใช้หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือไม่

10.7 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

(Withdrawal of Consent)

ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยความยินยอมของลูกค้า ลูกค้าอาจเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อ ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด

การเพิกถอนความยินยอมจะไม่มีผลย้อนหลังต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบก่อนวันที่บริษัทได้รับคำขอ และอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดได้ หากการประมวลผลนั้นมีความจำเป็นต่อการให้บริการ

10.8 สิทธิในการขอรับข้อมูล

ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด ลูกค้าอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปแบบที่ใช้กันโดยทั่วไป หรือขอให้บริษัทส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น เมื่อเป็นไปได้ในทางเทคนิคและไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่น

10.9 การใช้สิทธิผ่านตัวแทน

ลูกค้าอาจแต่งตั้งตัวแทนให้ดำเนินการแทนในการใช้สิทธิตามหมวดนี้ โดยบริษัทอาจขอเอกสารที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนของลูกค้า ตัวแทน และอำนาจในการดำเนินการแทนก่อนพิจารณาคำขอ

10.10 การยื่นคำขอ

ลูกค้าสามารถยื่นคำขอเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด เช่น

  • อีเมล
  • Client Area
  • แบบฟอร์มออนไลน์
  • หนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ช่องทางอื่นที่บริษัทประกาศ

เพื่อความปลอดภัย บริษัทอาจดำเนินการยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ

10.11 ระยะเวลาการพิจารณาคำขอ

บริษัทจะดำเนินการพิจารณาคำขอภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผลและเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

หากคำขอมีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเพิ่มเติม หรือจำเป็นต้องประสานงานกับผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจขยายระยะเวลาการพิจารณา โดยจะแจ้งให้ลูกค้าทราบเมื่อเหมาะสม

10.12 การปฏิเสธคำขอ

บริษัทอาจปฏิเสธคำขอทั้งหมดหรือบางส่วน หาก

  • กฎหมายไม่กำหนดให้บริษัทต้องดำเนินการ
  • การดำเนินการอาจกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
  • การดำเนินการอาจขัดต่อกฎหมาย
  • การดำเนินการอาจกระทบต่อการป้องกันการฟอกเงิน การป้องกันการฉ้อโกง หรือความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
  • คำขอไม่มีเหตุผลอันสมควร มีลักษณะซ้ำซ้อน หรือก่อให้เกิดภาระเกินสมควร

ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำขอ บริษัทจะแจ้งเหตุผลตามที่กฎหมายอนุญาต

10.13 การร้องเรียน

หากลูกค้าเห็นว่าบริษัทไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกค้าสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่กำหนดเพื่อให้บริษัทตรวจสอบและพิจารณาแก้ไขก่อน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของลูกค้าในการใช้สิทธิหรือดำเนินการตามช่องทางอื่นที่กฎหมายกำหนด

หมวดที่ 11

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

(Information Security Measures)

11.1 หลักการทั่วไป

บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการซื้อขาย การเปิดบัญชี และการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัทจะดำเนินมาตรการด้านเทคนิค มาตรการด้านการบริหารจัดการ และมาตรการด้านกายภาพตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การแก้ไข การสูญหาย หรือการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

มาตรการดังกล่าวจะได้รับการทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของบริการ เทคโนโลยีที่ใช้ และระดับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

11.2 การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล

(Access Control)

บริษัทใช้มาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่

มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึง

  • การกำหนดบัญชีผู้ใช้งานเฉพาะบุคคล
  • การกำหนดสิทธิ์ตามหน้าที่รับผิดชอบ
  • การพิสูจน์ตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) ในระบบที่เหมาะสม
  • การบริหารจัดการรหัสผ่าน
  • การทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงเป็นระยะ
  • การเพิกถอนสิทธิ์เมื่อพ้นความจำเป็น

11.3 การรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ

(Information Systems Security)

บริษัทอาจใช้มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ เช่น

  • ระบบป้องกันการบุกรุก
  • ระบบตรวจจับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
  • การแบ่งแยกเครือข่ายตามความเหมาะสม
  • การป้องกันมัลแวร์
  • การจัดการช่องโหว่ของระบบ
  • การติดตั้งการอัปเดตด้านความปลอดภัย
  • การเฝ้าระวังเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทอาจดำเนินการทดสอบหรือประเมินความมั่นคงปลอดภัยของระบบเป็นระยะตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

11.4 การปกป้องข้อมูลระหว่างการจัดเก็บและการรับส่ง

(Protection of Data at Rest and in Transit)

บริษัทอาจใช้มาตรการทางเทคนิคเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการจัดเก็บและการรับส่งข้อมูล เช่น

  • การเข้ารหัสข้อมูลเมื่อเหมาะสม
  • การใช้ช่องทางการสื่อสารที่มีการป้องกัน
  • การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  • การสำรองข้อมูล
  • การควบคุมการเข้าถึงไฟล์และฐานข้อมูล

การเลือกใช้มาตรการจะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูล ความเสี่ยง และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

11.5 การรักษาความปลอดภัยของบุคลากร

(Personnel Security)

บริษัทอาจกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร เช่น

  • การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูล
  • การฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
  • การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการรักษาความลับ
  • การกำหนดข้อผูกพันด้านการรักษาความลับในการจ้างงานหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง
  • การดำเนินมาตรการทางวินัยเมื่อมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดของบริษัท

11.6 การบริหารจัดการผู้ให้บริการ

(Third-Party Security Management)

ในกรณีที่บริษัทใช้ผู้ให้บริการภายนอกในการประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจดำเนินการตามสมควรเพื่อประเมินความเหมาะสมของผู้ให้บริการ รวมถึงกำหนดข้อกำหนดด้านการรักษาความลับและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในสัญญาหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง

บริษัทอาจติดตามหรือทบทวนการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการเป็นระยะตามระดับความเสี่ยงและลักษณะของบริการที่ได้รับ

11.7 การจัดการเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย

(Security Incident Management)

บริษัทอาจจัดให้มีกระบวนการสำหรับการตรวจพบ การรายงาน การประเมิน การตอบสนอง และการจัดการเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบสารสนเทศ

เมื่อพบเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง บริษัทอาจดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น

  • จำกัดผลกระทบของเหตุการณ์
  • ตรวจสอบสาเหตุ
  • กู้คืนระบบ
  • ปรับปรุงมาตรการป้องกัน
  • แจ้งหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายกำหนด

11.8 ความต่อเนื่องทางธุรกิจ

(Business Continuity)

บริษัทอาจจัดให้มีมาตรการเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องของการให้บริการในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น

  • การสำรองข้อมูล
  • การกู้คืนระบบ
  • ระบบสำรอง
  • แผนรองรับเหตุฉุกเฉิน
  • การทดสอบแผนความต่อเนื่องตามความเหมาะสม

มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดผลกระทบต่อการให้บริการและช่วยรักษาความพร้อมใช้งานของข้อมูล

11.9 ความรับผิดชอบของลูกค้า

ลูกค้ามีหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ใช้ในการเข้าถึงบริการของบริษัท รวมถึง

  • ชื่อผู้ใช้งาน
  • รหัสผ่าน
  • รหัสยืนยันตัวตน
  • อุปกรณ์ที่ใช้เข้าสู่ระบบ
  • ช่องทางการรับรหัสยืนยัน

ลูกค้าไม่ควรเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่น และควรแจ้งบริษัทโดยเร็ว หากสงสัยว่าข้อมูลการเข้าสู่ระบบถูกเปิดเผย สูญหาย หรือถูกใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

11.10 การทบทวนและปรับปรุงมาตรการ

บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลเป็นระยะ โดยพิจารณาจาก

  • การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
  • การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย
  • รูปแบบภัยคุกคามที่เกิดขึ้น
  • ผลการตรวจสอบภายใน
  • ผลการประเมินความเสี่ยง
  • เหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลยังคงมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หมวดที่ 12

การติดต่อ การปรับปรุงนโยบาย และการควบคุมเวอร์ชัน

(Contact Information, Amendments and Version Control)

12.1 การติดต่อบริษัท

หากลูกค้ามีคำถาม ข้อสงสัย หรือประสงค์จะใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้นโยบายฉบับนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่บริษัทประกาศบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

บริษัทอาจจัดให้มีช่องทางการติดต่อ เช่น

  • อีเมล
  • แบบฟอร์มติดต่อผ่านเว็บไซต์
  • Client Area
  • ฝ่ายบริการลูกค้า
  • ช่องทางอื่นที่บริษัทกำหนด

บริษัทอาจร้องขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอ ก่อนดำเนินการตามคำร้อง เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ

12.2 การยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ

เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า บริษัทอาจดำเนินการยืนยันตัวตนก่อน

  • เปิดเผยข้อมูล
  • แก้ไขข้อมูล
  • ลบข้อมูล
  • จำกัดการประมวลผล
  • ดำเนินการตามคำขออื่นเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

หากบริษัทไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอได้ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าคำขอดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือบุคคลอื่น บริษัทอาจปฏิเสธหรือชะลอการดำเนินการจนกว่าจะได้รับข้อมูลที่เพียงพอ

12.3 ค่าธรรมเนียม

โดยทั่วไป บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการตามคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม หากคำขอมีลักษณะ

  • ซ้ำซ้อน
  • ไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • มีจำนวนมากผิดปกติ
  • ก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่บริษัท

บริษัทอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามสมควร หรือปฏิเสธคำขอดังกล่าวตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต

12.4 การตีความนโยบาย

นโยบายฉบับนี้ให้ตีความร่วมกับ

  • Client Agreement
  • Order Execution Policy
  • AML / KYC Policy
  • Risk Disclosure Statement
  • Cookie Policy
  • Trading Conditions
  • ประกาศและข้อกำหนดอื่นที่บริษัทประกาศใช้เป็นครั้งคราว

หากมีข้อความใดในนโยบายฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่ใช้บังคับ ให้ตีความเฉพาะส่วนที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และข้อความส่วนที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป

12.5 การแยกบทบัญญัติ

(Severability)

หากศาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจวินิจฉัยว่าข้อกำหนดใดในนโยบายฉบับนี้เป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ หรือไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ข้อกำหนดดังกล่าวจะไม่มีผลเพียงเท่าที่จำเป็น และจะไม่กระทบต่อความสมบูรณ์หรือการบังคับใช้ของข้อกำหนดอื่นในนโยบายฉบับนี้

12.6 การไม่สละสิทธิ

(No Waiver)

การที่บริษัทไม่ใช้สิทธิ หรือชะลอการใช้สิทธิใดภายใต้นโยบายฉบับนี้ ไม่ถือเป็นการสละสิทธิดังกล่าว และไม่กระทบต่อสิทธิของบริษัทในการใช้สิทธินั้นในภายหลัง

12.7 การแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบาย

บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับ

  • การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย
  • การเปลี่ยนแปลงของบริการ
  • การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
  • การเปลี่ยนแปลงของกระบวนการดำเนินงาน
  • แนวปฏิบัติของหน่วยงานกำกับดูแล
  • เหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัยหรือการบริหารความเสี่ยง

บริษัทจะเผยแพร่นโยบายฉบับที่แก้ไขผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางอื่นที่บริษัทเห็นสมควร และอาจแจ้งให้ลูกค้าทราบเมื่อการเปลี่ยนแปลงมีสาระสำคัญหรือเมื่อกฎหมายกำหนด

การใช้บริการของบริษัทภายหลังวันที่นโยบายฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ อาจถือเป็นการรับทราบนโยบายฉบับที่ปรับปรุงแล้ว ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต

12.8 วันที่มีผลใช้บังคับ

นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่บริษัทประกาศกำหนด และใช้แทนนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับก่อนหน้า (หากมี)

12.9 ภาษา

บริษัทอาจจัดทำนโยบายฉบับนี้หลายภาษาเพื่อความสะดวกของลูกค้า

หากมีความแตกต่างระหว่างข้อความในแต่ละภาษา ให้ใช้ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

เว็บไซต์ www.gofx.com เป็นส่วนหนึ่ง รวมถึงดำเนินงานและบริหารจัดการโดย GOFX LIMITED ข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้ สงวนลิขสิทธิ์ สามารถคัดลอกหรือเผยแพร่ได้เฉพาะเมื่อได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก GOFX LIMITED เท่านั้น

GOFX LIMITED เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ หมายเลขจดทะเบียนคือ 25865 BC 2020 ได้รับอนุญาตโดย สำนักงานกำกับดูแลการให้บริการทางการเงินแห่งประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (SVGFSA) สำนักงานจดทะเบียนของ GOFX LIMITED ตั้งอยู่ที่ Beachmont Business Centre, 330, Kingstown, Saint Vincent and the Grenadines

GOFX LIMITED มีที่อยู่สำนักงานคือ Kavalas 24, Flat 301, 2044 Strovolos, Nicosia, Cyprus

GOFX LIMITED ไม่ให้บริการแก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีถิ่นพำนักหรืออยู่ในเขตอำนาจศาลดังต่อไปนี้ : สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สหราชอาณาจักร, ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ, ซีเรีย, ซูดาน, คิวบา, รัสเซีย, ไทย, เบลารุส, เมียนมา, อัฟกานิสถาน, เยเมน, ซิมบับเว, มอริเชียส, เฮติ, ซูรินาเม, เปอร์โตริโก, บราซิล, พื้นที่ยึดครองของไซปรัส, ฮ่องกง รวมถึงเขตอำนาจศาลอื่นใดที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร มีข้อจำกัดหรือมาตรการห้ามที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations), สหภาพยุโรป (European Union), สหรัฐอเมริกา (United States of America) หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจอื่น

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง :

บริการของเรามีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งเรียกว่าสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (Contracts for Difference – CFDs) โดยมีการซื้อขายในรูปแบบการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter – OTC) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินลงทุนส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการซื้อขายโดยใช้อัตราทดหรือเลเวอเรจ (Leverage) และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน

สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) ในคู่สกุลเงินหลัก เช่น XAU/USD, EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CHF, USD/CAD, AUD/USD และ NZD/USD มีความผันผวนสูง และอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่ว่ากรณีใด GOFX LIMITED จะไม่รับผิดชอบต่อบุคคลหรือนิติบุคคลใด สำหรับการสูญเสียเงินลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียบางส่วนหรือทั้งหมด ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการลงทุนใดๆ

การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง CFDs มีความเสี่ยงสูง และคุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด โปรดศึกษาและทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วนก่อนเริ่มทำการซื้อขาย

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ :

การสื่อสารระหว่างคุณกับเว็บไซต์นี้ถือเป็นการกระทำโดยสมัครใจและเป็นเรื่องส่วนบุคคลของผู้ที่เข้าถึงเว็บไซต์ โปรดทราบว่าเว็บไซต์นี้และเนื้อหาทั้งหมด มิได้ถือเป็นการเชิญชวนให้ทำสัญญา และ หรือ การเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ GOFX LIMITED แต่อย่างใด

ช่องทางการติดต่อ GOFX LIMITED อย่างเป็นทางการ

  • ฝ่ายกฎหมายและข้อปฏิบัติ : legal@gofx.com
  • ฝ่ายการใช้งานที่ผิดปกติ : abuse@gofx.com
  • ติดต่อเรื่องทั่วไป : contact@gofx.com
  • โทรศัพท์ : +357 22 250 352
GoFX

Global Multi-Asset CFD Trading Platform

เทรดสินทรัพย์ทั่วโลกบนแพลตฟอร์มเดียว
ทองคำ · ดัชนี · พลังงาน · CFD สกุลเงิน

เปิดบัญชีฟรี

ผลิตภัณฑ์เทรด

  • ทองคำ & โลหะมีค่า
  • Currency CFDs
  • ดัชนี
  • พลังงาน

บริษัท

  • ประเภทบัญชี
  • แพลตฟอร์ม
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

ข้อมูลทางกฎหมาย

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการลูกค้า
  • นโยบายการดำเนินคำสั่ง
  • การเปิดเผยความเสี่ยง

แพลตฟอร์มการซื้อขาย

  • MT4 / MT5 สำหรับ PC
  • MT4 / MT5 สำหรับ iPhone
  • MT4 / MT5 สำหรับ Android

© 2026 GOFX LIMITED. สงวนลิขสิทธิ์